magnetolabs-5-years-anniversary
SHARE

Magnetolabs เปิดให้บริการมา 5 ปีแล้ว! และนี่คือสิ่งที่พวกเราเรียนรู้ :)

สวัสดีครับ วันนี้เป็นวันที่ Magnetolabs เปิดให้บริการมาได้ 5 ปี

จากเดิมที่เรามีออฟฟิศขนาดเล็กกะทัดรัดประมาณ 10 ตารางเมตร จนเราย้าย Office กันอีก 2 รอบใหญ่ๆ และทุกวันนี้เรา Work from Home กันมาได้เป็นปีแล้ว

จากคนเพียงไม่กี่คน ตอนนี้เรามีทีมมากกว่า 30 ชีวิต ซึ่งก็ทำให้ผมและพาร์ทเนอร์ต้องปรับเปลี่ยนบทบาทจากคนลงมือทำให้กลายเป็นคนให้คำปรึกษาและวางอนาคตของบริษัทแทน

5 ปีหรือครึ่งทศวรรษถือเป็นเวลาที่ยาวนาน ผ่านจังหวะสวิงกิ้ง ริงโก้ สตาร์มาหลายรอบ ทั้งผิดหวัง ท้อแท้ สมหวัง สนุก และมีความสุข ปะปนกันไป

ผมเลยอยากจะเขียนแชร์ประสบการณ์และสิ่งที่เรียนรู้ไว้เพื่อเป็นบันทึกสำหรับทีม สำหรับลูกค้า สำหรับตัวเอง และสำหรับใครก็แล้วแต่ที่อยู่บนโลกอินเทอร์เน็ตที่กำลังพยายามสร้างสรรค์และส่งมอบคุณค่าอย่างตั้งใจครับ

ถ้าพร้อมแล้ว ขอเชิญเข้าสู่บทความที่บันทึกเรื่องราวและความรู้ต่างๆ ตลอด 5 ปีนี้ไปด้วยกันครับ 🙂

ผมเคยเขียนบทความ [ครบรอบ 1 ปี Magnetolabs] 6 สิ่งที่พวกเราเรียนรู้จากการเปิด Web Design & Inbound Marketing Agency ลองเข้าไปอ่านกันได้ครับ

Magnetolabs ครบรอบ 5 ปีแล้ว มีอะไรที่เราได้เรียนรู้และอยากแชร์บ้าง?

เกี่ยวกับลูกค้า

เราพูดกันในบริษัทอยู่เสมอว่า ลูกค้าของเราเก่งและฉลาดมากๆ นอกจากนี้เทรนด์ต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลและเทคโนโลยีก็เปลี่ยนแปลงไว อะไรที่ได้ผลปีที่แล้ว ในปีนี้มันก็อาจจะใช้ไม่ได้อีก

เพราะฉะนั้น เราเองต้องปรับตัวเองให้ก้าวให้ทันและเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้กับลูกค้าได้

รวมไปถึงเมื่อเกิดโรคระบาด COVID-19 ขึ้นทำให้โจทย์และความต้องการก็ปรับเปลี่ยนไปจากเดิม

จากที่ลูกค้าสามารถรอผลลัพธ์จากการทำ Inbound Marketing เป็นระยะเวลาหลายเดือนได้ โรคระบาดก็ทำให้ลูกค้าหันกลับมาโฟกัสอะไรที่เฉพาะหน้าและเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้มากขึ้น

เราพยายามปรับเปลี่ยน Service ที่เรามีอย่าง Inbound Marketing ให้ดีขึ้นและยืดหยุ่นขึ้น (ลูกค้าไม่จำเป็นต้องได้รับชิ้นงานแบบเดิมๆ ตลอดระยะสัญญา แต่ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ได้)

รวมไปถึงการ Introduce Service ใหม่อย่างการ Implement ระบบ CRM (เช่น HubSpot), Marketing Automation หรือล่าสุดอย่าง Conversion Rate Optimization ที่ช่วยให้เห็นผลลัพธ์เร็วยิ่งขึ้น

และนำเอา Service อย่าง Website Design & Development ที่เป็นเหมือน Backbone ของการทำธุรกิจแบบ Inbound มารวมเข้าไปในทุกๆ Service ที่เรามี

จากประสบการณ์การทำงานร่วมกับลูกค้าหลากหลาย Size และหลากหลายอุตสาหกรรม เราคิดว่าแบรนด์ที่กล้าทำ กล้าทดลองสิ่งใหม่ๆ และพยายาม Balance ผลลัพธ์ระยะสั้นและระยะยาวได้ดีจะเติบโตได้ดีในทุกๆ สถานการณ์ครับ

Magnetolabs Survey satisfaction

นอกจากเรื่องการปรับเปลี่ยนบริการแล้ว การพยายามรักษามาตรฐานในการให้บริการก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เราพยายามทำ Survey และสอบถามความเห็นจากลูกค้าให้บ่อย เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าลูกค้าพึงพอใจหรือไม่พึงพอใจในบริการของเรา (ปกติตอนทำ Survey เกณฑ์ในการให้คะแนนของเรา 1 & 2 คือ ต่ำกว่าที่คาดหวัง 3 คือ ตามที่คาดหวัง และ 4 & 5 คือ เกินกว่าที่คาดหวัง

ซึ่งเป้าที่ผ่านมาในทุกครั้งของเรา เฉลี่ยอยู่ที่ 4.2 คะแนน

มีหลายครั้งที่เราได้คะแนนเกินเป้าที่ตั้งไว้ และก็มีหลายครั้งเหมือนกันที่เราได้ต่ำกว่าที่ตั้งไว้ ซึ่งเรา Take Client’s comments very serious และเราเอาคอมเมนต์ที่ลูกค้าชื่นชมมาเป็นความชื่นใจ และเอาข้อควรแก้ไขมาถกเถียงและหาทางพัฒนากันในการประชุมของบริษัทอยู่เสมอๆ (ทีมงานทุกคนจะได้เห็นทุกๆ คอมเมนต์ของลูกค้า)

Feedback is a gift – Feedback จากลูกค้าคือของขวัญ ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี ถ้าลูกค้าเราให้ Feedback เราอยู่ แสดงว่าลูกค้ายังต้องการมอบของขวัญให้เรา ซึ่งเราต้องโอบรับของขวัญนั้นๆ อย่างดีครับ

เกี่ยวกับทีม

Peter Drucker ได้กล่าวไว้ว่า Strategy eats culture for breakfast. หรือตีความหมายง่ายๆ คือ ต้องสร้าง Culture ให้ดี แล้ว Strategy ก็จะดีเอง ซึ่ง Culture ที่ดีก็จะต้องมาจากคนที่ดี และ

ในฐานะที่ธุรกิจของเราเป็น Service Business ที่ต้องอาศัยความรู้ ความเชี่ยวชาญ “คน” จึงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญยิ่ง

ผมพูดได้เต็มปากเลยว่า ตอนนี้ Magnetolabs มีทีมงานที่ดี เก่ง และตั้งใจมากๆ (ผมเชื่อว่าบทความนี้ ทีม Magnetolabs หลายๆ คนเองก็จะเข้ามาอ่านเหมือนกัน ใช่แล้วครับ ผมพูดถึงพวกคุณ 🙂)

Magnetolabs Team Member New year party

ซึ่งผลของวันนี้เกิดจากการลองผิดลองถูกของเรามาหลายปี

เคล็ดลับสำคัญของเรา คือ การปรับเปลี่ยนจากการ Recruit คนโดยเรียงลำดับจาก Skill, Talent และ Character ให้เป็น Character > Talent > Skill (คุณโบ Partner ของผมที่ Magnetolabs เคยเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่อง แนวคิดก่อนสัมภาษณ์งานเพื่อหาคนที่ใช่มาร่วมทีมเอาไว้)

รวมไปถึงตอนสัมภาษณ์งาน เราจะให้ความสำคัญกับ 1. “ประกายตา” และ 2 “Red Flag” มากๆ

via GIPHY

สำหรับประกายตา – ถ้าเมื่อไหร่ที่เราสัมภาษณ์และมองเข้าไปในตาของผู้สัมภาษณ์คนอื่นๆ แล้วเรารู้สึกถึงประกายตาที่แวววับออกมา มีโอกาสสูงมากที่ผู้ถูกสัมภาษณ์ท่านนั้นจะเป็นคนที่ใช่ ว่าง่ายๆ คือผู้ถูกสัมภาษณ์ที่ทำให้เราตื่นเต้น ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จะมีโอกาสเป็นคนที่ใช่สูง

via GIPHY

สำหรับ Red Flag – ถ้าผู้ที่เข้าร่วมสัมภาษณ์มีเรื่อง “เอ๊ะ” บางอย่างขึ้นมา และรู้สึกว่าคนคนนั้นน่าจะไม่ใช่คนที่เหมาะสม หรืออาจจะไม่เข้ากับบริษัทของเรา เราจะขอให้ผู้สัมภาษณ์แต่ละคนพูดออกมา และพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง (สัปดาห์ก่อนผม Joke กับ HR ว่าเดี๋ยวจะให้ HR ไปซื้อธงสีแดงมาเพื่อเอาไว้โบกตอนที่รู้สึกว่ามี Red Flag หลังสัมภาษณ์ 😂)

นอกจากนั้นแล้ว เราก็ยังหมั่นถามคำถามสำคัญ 2 คำถามอยู่เสมอว่า

1. ถ้าเราต้องนั่งรถไฟกับคนคนนี้ตลอดเวลา 2 ชั่วโมง เราโอเคไหม

2. เราจะปล่อยให้คนคนนี้ไปเจอกับลูกค้าคนเดียวได้ไหม

คำถาม 2 ข้อนี้ผมได้มาจากการฟังใน Clubhouse จาก CEO ของบริษัท Bluebik ซึ่งผมคิดว่ามันเวิร์คมากๆ ครับ)

และนอกจากเรื่อง Recruit แล้ว อีกเรื่องที่สำคัญ คือ การทำเรื่อง Employee Development & Retention

หนึ่งในสวัสดิการของเรา คือ การตั้ง Budget ให้คนเอาไปเรียนรู้ปีละ 10,000-20,000 บาท (และในปีนี้ ทีมสามารถแบ่งงบ 30% ไปเรียนรู้ในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องงานได้)

และเราพยายามประเมินกันให้บ่อย

Magnetolabs Team Review application Happily
Application Happily

ทุกคนสามารถให้ Feedback แก่กันและกันได้ทุกวัน (ผ่านแอป Happily) เราทำ 1-1 Check-in ระหว่าง Team & Manager กันทุกเดือน และเราทำ Performance Review ทุกๆ ครึ่งปี เพื่อทำให้ทุกคนได้รับ Feedback ที่ดีและมีการเติบโตทั้งในแง่ความรู้ อาชีพ และรายได้ ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องใจแข็งปล่อยคนที่ไม่ใช่ให้เดินจากไป

สรุปในเรื่องทีม คือ เราพยายามอย่างยิ่งที่จะ
1. Recruit เพชรหรือเพชรในตมมา
2. ออกแบบวิธีการและขั้นตอนในการเจียระไนเพชร
3. รักษาเพชรเม็ดงามให้อยู่กับเรา

เกี่ยวกับบริษัท

หนึ่งในสิ่งสำคัญที่เราทำตอนที่บริษัทของเราเติบโตขึ้น คือ การทำให้เรามองเห็นภาพรวม ภาพกว้าง และเห็นภาพในอนาคต เพื่อทำให้การตัดสินใจต่างๆ ดีขึ้น

Magnetolabs Operational Processes

เราได้ที่ปรึกษามาช่วยให้คำแนะนำและช่วยสร้างระบบที่ชื่อว่า MOP (Magnetolabs Operational Processes) ขึ้นมาเพื่อให้เราสามารถตาม Track ผลต่างๆ ได้ทุกเดือน – เงินเข้าแค่ไหน เข้าเมื่อไหร่ เข้าจากไหน งาน/ลูกค้าปัจจุบันผลลัพธ์เป็นยังไงหรือมีปัญหาตรงไหนไหม มีลูกค้าเจ้าไหนอยู่ใน Pipeline บ้าง ทีมงานยัง Happy อยู่รึเปล่า MOP จะเป็นตัวบอก

เราเริ่มมี SOP หรือ Standard Operation Procedure ที่ช่วยให้ทีมสามารถเห็นภาพและทำงานที่มันซ้ำๆ ได้อย่างเป็นระบบและเป็นขั้นตอนมากขึ้น เพื่อที่ว่าพวกเขาจะได้เอาเวลาไปทุ่มเทกับงานที่ต้องใช้ความคิดและความสร้างสรรค์ให้กับลูกค้าแทน (เรามี Quote อันนึงติดไว้ใน Office ว่า Anything repetitive, put process. Anything new, put creativity.)

และจากเหตุการณ์ COVID ที่เกิดขึ้น เราเองก็มีมุมมองที่เปลี่ยนไปในเรื่องของ Office โดยช่วงต้นปีเราก็ได้ประกาศนโยบาย “Hybrid” คือ ทำงานที่ Office 2 วัน และทำงานที่ไหนก็ได้ 3 วัน เพื่อที่ทีมจะยังได้เจอหน้าค่าตากันและยังมีสังคมอยู่ (จากที่เรา Work from Home มาได้เกือบปี เราได้ Feedback มาตลอดว่า แต่ละคน โหยหาการเจอหน้ากันเพื่อคุยงานและสร้างความสัมพันธ์มากๆ) และในขณะเดียวกัน ทีมก็จะได้มี Flexibility ในการเลือกสถานที่ทำงานที่พวกเขาพอใจและสร้าง Output ได้ดีที่สุด (การต้องฝ่ารถติดเป็นชั่วโมงๆ มาเจอหน้ากันที่ทำงานทุกวันเป็นอะไรที่บั่นทอนจิตใจ)

ทั้งนี้ Hybrid ก็ยังคงเป็นนโยบายอยู่ เพราะตอนนี้สถานการณ์ต่างๆ ก็ยังทำให้เราเลือกที่จะ Work from Home กันไปก่อน

เกี่ยวกับผมและ Partner

ต้องบอกก่อนว่า ก่อนเริ่มก่อตั้ง Magnetolabs ผมและพาร์ทเนอร์ไม่เคยมีประสบการณ์ในการบริหารทีมในบริษัทขนาดกลางหรือขนาดใหญ่มาก่อน

ซึ่งในตอนเปิดบริษัทใหม่ๆ พวกเราเองก็ยังถือว่าเป็น Specialist ที่ยังคงลงมือทำ ลงมือให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าในทุกๆ ขั้นตอนอยู่ แต่พอบริษัทใหญ่ขึ้น เราต้องพัฒนาสกิลความเป็น Leader และ Manager เพิ่มเติม โดยที่ยังคงต้องรักษาความเป็น Specialist ไว้อยู่ (เพราะเรายังคงต้องให้คำปรึกษาทีม)

การเป็น Leader และการเป็น Manager ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะเราต้องบริหารความคาดหวังของทั้งลูกค้า ทีม บริษัท และตัวเองอยู่ตลอด

Movie poster The 100 Main character is good leader
the 100s (Image from Pantip)

และแน่นอนว่า เราไม่สามารถทำให้ทุกคนและทุกฝ่ายพอใจได้ตลอดทุกคร้ัง (ผมคิดว่าตัวละครที่ชื่อ Clarke Griffin ใน Series เรื่อง the 100 ใน Netflix เป็นตัวละครที่ทำให้เราเข้าใจเรื่องความเป็นผู้นำได้ดี แนะนำให้ลองไปดูครับ 🙂) สิ่งสำคัญ คือ ทางเลือกที่เราเลือกจะต้องเป็นทางที่ทำให้ “เรือ” ที่เราเป็น “กัปตัน” อยู่ สามารถแล่นต่อไปได้ครับ

ผมชอบคำอธิบายนี้จาก Harvard Business Review มากๆ – การเป็น Leader ที่ดี คือ การหาจุดร่วมที่สำคัญของทุกคนและ Capitalize ในสิ่งนั้น ส่วนการเป็น Manager ที่ดี คือ การหาจุดเฉพาะของแต่ละคนและ Capitalize สิ่งนั้น

Great leaders discover what is universal and capitalize on it. Great managers discover what is unique and capitalize on it.

ซึ่งผมและพาร์ทเนอร์เรียนรู้กันอยู่ตลอด เรียกได้ว่าพยายาม Learning by doing (และการขอคำปรึกษาจากผู้มีประสบการณ์มาก่อน)

มีสิ่งที่เราทำได้ดี ทำได้สำเร็จอยู่บ่อยๆ มีสิ่งที่เราทำผิดพลาดก็เยอะ แต่เราก็พยายามเรียนรู้และพยายามที่จะเติบโตขึ้นในฐานะ Leader และ Manager ที่ดีอยู่ตลอดครับ

สุดท้าย

เรายังคงมุ่งมั่นที่จะช่วยให้ลูกค้าของเราเติบโตบนโลกดิจิทัล ทำให้ทีมของเราเติบโตขึ้นและทำงานได้อย่างสนุกและมีความสุข และทำให้ Magnetolabs ส่งมอบคุณค่าดีๆ ให้กับผู้คนได้ต่อไปครับ

อ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าคุณเป็นแบรนด์ที่กำลังมองหา Partner ที่จะช่วยทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตด้วย Digital Marketing อยู่ คุณสามารถติดต่อ Magnetolabs มาเพื่อพูดคุยและขอรับคำปรึกษาได้ครับ

ถ้าคุณเป็นคนที่หางานอยู่ และคิดว่า Character ของเราและคุณตรงกัน เรากำลังตามหาเพื่อนร่วมงานอีกหลายตำแหน่ง ลองไปดูตำแหน่งงานว่างได้ที่นี่ครับ

สุดท้าย ถ้าไม่เป็นการรบกวนเกินไป ผมขอชวนคุณพูดว่า “สุขสันต์วันเกิดปีที่ 5 ของ Magnetolabs” ไปด้วยกันนะครับ 🙂

New call-to-action

Author

Sitthinunt

Managing Partner ของ Magnetolabs หลงใหลในเรื่อง Inbound Marketing หรือการตลาดแบบแรงดึงดูด เวลาว่างจากการเขียนคอนเทนต์ หรือตั้งค่า Marketing Funnel มักจะอ่านหนังสือ บน Kindle อันเล็กๆ หรือไม่ก็ฟังนักธุรกิจ/นักการตลาดคนโปรดคลุกเรื่องเล่าเคล้าเรื่องราวบน Podcast
Managing Partner ของ Magnetolabs หลงใหลในเรื่อง Inbound Marketing หรือการตลาดแบบแรงดึงดูด เวลาว่างจากการเขียนคอนเทนต์ หรือตั้งค่า Marketing Funnel มักจะอ่านหนังสือ บน Kindle อันเล็กๆ หรือไม่ก็ฟังนักธุรกิจ/นักการตลาดคนโปรดคลุกเรื่องเล่าเคล้าเรื่องราวบน Podcast

Related Blog

Leave Your Comment