0
SHARE

มีเว็บต้องอ่าน! 7 สถิติที่คุณควรรู้ในการทำเว็บไซต์ให้ตอบโจทย์

Array
Linda

ถ้าคุณคือคนทั่วไป มีความเป็นไปได้สูงที่คุณจะออกจากหน้านี้ภายใน 10 วินาที หากคุณพบว่าเนื้อหาของบทความนี้ ไม่น่าสนใจพอ ไม่ตรงกับสิ่งที่คุณคาดหวังเอาไว้ หรือเราออกแบบเว็บนี้ไม่ได้เรื่อง ทำเว็บออกมาแล้วดูไม่น่าเชื่อถือ

แต่ถ้าคุณบอกว่าคุณไม่ใช่คนทั่วๆ ไป คุณอาจจะมีเวลาเพิ่มให้เราอีกประมาณ 10 วินาที เพื่อที่จะพิจารณาเพิ่มเติมดูว่าเว็บนี้หรือบทความนี้ จะมีข้อมูลที่ให้ประโยชน์กับคุณได้หรือเปล่า?

หากผ่านไป 20 วินาที เรายังทำให้คุณ “ซื้อ” ไม่ได้ คุณก็จะออกจากหน้านี้ไปอยู่ดี…

ถ้าคุณกำลังมองหาวิธีในการที่จะปรับปรุงเว็บไซต์ หรือแม้แต่กำลังคิดที่จะทำเว็บไซต์หรือออกแบบเว็บไซต์ใหม่ เพื่อดึงดูดลูกค้า ทำให้ลูกค้าอยู่บนเว็บไซต์นานขึ้น และได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม สิ่งที่คุณควรให้สำคัญเป็นอย่างแรกๆ นั้นก็คือ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “ความคิดและพฤติกรรมของลูกค้า เวลาที่พวกเขาเข้ามายังเว็บไซต์”

บทความนี้ เรารวบรวม 7 สถิติพฤติกรรมของคนในการใช้งานเว็บไซต์ รับรองว่าเมื่ออ่านจบ แล้วเอาข้อมูลเหล่านี้ไปปรับปรุงคุณจะสามารถทำเว็บไซต์ให้ตอบโจทย์ลูกค้าของคุณได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน

สถิติ #1: 48% ของลูกค้า ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจหรือแบรนด์ โดยใช้ Mobile Device เป็นอันดับแรก

ข้อมูลจาก Mobile marketing statistics 2017 บอกว่า 48% ของลูกค้า เริ่มค้นหาข้อมูลของธุรกิจหรือสินค้าครั้งแรกโดยใช้ mobile device

ฉะนั้น เว็บไซต์ของคุณควรจะต้องปรากฏผลการค้นหาอยู่หน้าแรกของ Search Engine โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากลูกค้าค้นหาด้วยชื่อธุรกิจหรือสินค้าของคุณโดยตรง

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ลำดับการค้นหาที่ปรากฏใน Google เมื่อค้นหาจาก Desktop และ Mobile นั้นอาจจะไม่เหมือนกัน

เหตุผลก็เพราะว่า Google รู้ว่า คนที่ Search นั้นกำลังใช้ Mobile Device อยู่ ซึ่ง Google ก็จะให้น้ำหนักกับหน้าเว็บที่ถูกออกแบบมาสำหรับการเข้าชมผ่าน Mobile Device มากกว่าเว็บที่ไม่ถูกออกแบบมาสำหรับใช้งานบน Mobile เพื่อให้แน่ใจว่าผลการค้นหาที่ขึ้นมาอันดับแรกๆ นั้น สามารถตอบโจทย์การค้นหาให้กับผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง ในเวลาอันรวดเร็วที่สุด

Tip

ถ้าอยากทราบว่าเว็บไซต์ของคุณนั้น เป็น Mobile Friendly หรือไม่ ก็สามารถเข้าไปเช็คได้ที่เว็บของ Mobile Friendly Test ของ Google ได้เลย

สถิติ #2: 3-5 วินาที คือเวลาเฉลี่ย ที่คนจะรอให้เว็บไซต์โหลดขึ้นมา

แน่นอนว่าระยะเวลาในการโหลดของเว็บไซต์นั้นเกิดจากหลายปัจจัย อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับความเร็วอินเตอร์เน็ตของผู้ใช้คนนั้นๆ แต่อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาพบว่า ระยะเวลาเฉลี่ยที่ผู้ใช้จะรอให้เว็บไซต์โหลดขึ้นแค่ 3-5 วินาที หากนานกว่านั้นก็จะไม่อดทนรอ และพร้อมจะจากไปหาตัวเลือกใหม่แทนทันที

Tip

ลองเข้าไปที่เว็บ GTmetrix หรือ Pingdom.com เพื่อทดสอบกว่าเว็บไซต์ของคุณนั้นใช้เวลาโหลดที่นานเกินกว่าลูกค้าของคุณจะรอไหวหรือเปล่า?

สถิติ #3: 92% ของลูกค้า ตัดสินว่าแบรนด์หรือบริษัทมีความน่าเชื่อถือหรือไม่จากการออกแบบเว็บไซต์

สิ่งที่ลูกค้ารับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ในทุก Touch Points ส่งผลต่อภาพลักษณ์และความรู้สึกของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์

และเพราะเว็บไซต์ของคุณคือสิ่งแรกที่ลูกค้าจะได้เห็นหรือสัมผัส ก่อนที่จะเจอหรือพูดคุยกับ Sale หรือพนักงานในบริษัทซะอีก

หากเว็บไซต์ของคุณถูกออกแบบมาอย่างดี เช่น

  • มีการให้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน
  • มีการเลือกใช้รูปภาพที่มีคุณภาพดี ถูกเลือกมาอย่างใส่ใจ
  • เนื้อหาและข้อมูลต่างๆ ถูกเขียนและเรียบเรียงมาเพื่อให้อ่านได้เข้าใจง่าย
  • การออกแบบของเว็บไซต์สวยงาม สะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ออกมาได้เป็นอย่างดี

รายละเอียดเหล่านี้ สามารถสร้างความประทับใจแรกพบให้ลูกค้าของคุณได้ไม่ยาก เพราะการออกแบบที่ดี สะท้อนให้เห็นถึง “ความใส่ใจ”

เมื่อลูกค้ารับรู้ได้ถึงความใส่ใจที่แบรนด์มีในการออกแบบเว็บไซต์ จิตใต้สำนึกก็จะคาดหวังและเกิดความเชื่อมั่นว่า บริษัทหรือแบรนด์นี้ก็น่าจะให้ “ความสำคัญ” หรือ “ใส่ใจ” กับเรื่องอื่นๆ อย่างเช่น การผลิต การเลือกวัสดุ การดูแลลูกค้า ด้วยเช่นกัน

Tip

ลองถอดหมวกในฐานะแบรนด์ แล้วสวมบทบาทเป็นลูกค้าของคุณดู ลองเข้าเว็บไซต์ของคุณดู แล้วตั้งคำถามว่า เราจะเชื่อถือเว็บไซต์ หรือให้คะแนนเว็บไซต์นี้กี่คะแนน

สถิติ #4: 10 วินาที คือระยะเวลาเฉลี่ยที่คนใช้ตัดสินใจว่าจะออกจากเว็บไซต์หรือจะอยู่ต่อ

คุณมีเวลาเพียง 10-20 วินาที ในการที่จะ Convince ผู้ที่เข้ามายังหน้าเว็บไซต์ของคุณว่า เค้าควรจะอยู่เว็บไซต์นี้ต่อ หรือควรจะออกจากเว็บไซต์นี้ดีกว่า

10 วินาที แรกคือช่วงเวลาสำคัญที่สุด คุณต้องพยายามทำให้ลูกค้าของคุณเข้าใจ และมองเห็นว่าเว็บไซต์ของคุณนั้นมัน “ตอบโจทย์” กับสิ่งที่เค้าต้องการ

คุณอาจจะเคยเจอเว็บประเภท Clickbait ที่พาคุณให้เข้าไปโดยใช้ข้อความพาดหัวที่ดูน่าสนใจ แต่พอเข้าไปแล้ว เว็บไซต์เหล่านั้นกลับไม่ได้นำเสนอเนื้อหาที่ตรงกับที่พาดหัวเอาไว้เลย คุณก็จะออกจากเว็บไซต์นั้น และมีทัศนคติที่ไม่ดีกับเว็บไซต์นั้นไปเลย

ประเด็นก็คือ เว็บไซต์ที่ดีควรจะต้อง Deliver หรือให้ในสิ่งที่ผู้ใช้หรือลูกค้าคาดหวังว่าจะได้รับจากการเข้ามายังเว็บไซต์นั้นๆ

หาก Expectation สูงกว่า Deliverable มาก ผู้ใช้หรือลูกค้าก็จะรู้สึกผิดหวัง ดีไม่ดีอาจถึงขั้นรู้สึกเหมือนโดนหลอก แน่นอนว่าหากลูกค้าของคุณรู้สึกเหมือนโดนหลอก ความเชื่อถือที่ลูกค้ามีให้คุณก็จะหมดไปในทันที

Tip

ลองเปิดเว็บไซต์ของคุณให้ลูกค้าหรือคนที่ไม่รู้จักแบรนด์ของคุณดู โดยจับเวลา 10 วินาที จากนั้นพูดคุยสอบถามดูว่าเค้าสามารถตอบได้หรือไม่ว่าแบรนด์หรือบริษัทของคุณ คือใคร ทำอะไร ขายอะไร เป็นต้น

สถิติ #5: 44% ของลูกค้า จะออกจากเว็บไซต์ทันทีหากไม่สามารถหาข้อมูลติดต่อบริษัท หรือแบรนด์ได้

แม้ว่าคุณสามารถดึงลูกค้าหรือผู้เข้าชม ให้เข้ามาที่เว็บไซต์ของคุณได้แล้ว และทำให้เค้ายังคงอยู่บนหน้าเว็บของคุณ แต่ผลการวิจัยบอกว่า หากลูกค้าไม่สามารถหาข้อมูลติดต่อของบริษัท หรือแบรนด์ได้จากเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นเบอร์โทรศัพท์ อีเมล หรือที่อยู่ ความน่าเชื่อถือของแบรนด์นั้นจะลดลงไปอย่างมีนัยยะสำคัญ

เมื่อลูกค้าเกิดความไม่เชื่อถือขึ้นมาในจิตใจแล้ว ก็ยากที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ต่อไป ผลลัพธ์ก็คือลูกค้าจะออกจากเว็บไซต์ เพื่อไปหาแบรนด์หรือบริษัทที่น่าเชื่อถือกว่าแทน

Tip

ลองไล่ตรวจสอบหน้าเว็บไซต์ของคุณว่ามีได้มีการใส่ข้อมูลติดต่อ ไม่ว่าจะเป็น เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ที่อยู่ หรือแม้แต่ Social Media Links ต่างๆ เอาไว้หรือไม่? สิ่งเหล่านี้คือองค์ประกอบที่สำคัญและจำเป็นอย่างมากในการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของคุณ

สถิติ #6: 80% ของลูกค้า จดจำแบรนด์ได้จากสีที่ใช้บนเว็บไซต์

เรื่องสีกับจิตวิทยาของคนดูเป็นเรื่องที่นักการตลาดทุกคนควรให้ความสำคัญ เพราะสีนั้นคือองค์ประกอบที่สามารถ กระตุ้น ฉุด ดึง เร่งเร้า ให้คนเกิดปฏิสัมพันธ์ได้ง่ายเกือบจะที่สุด เมื่อเทียบกับบรรดาองค์ประกอบในออกแบบทั้งหลาย

ฉะนั้นหากเว็บไซต์ของคุณมีสีที่ไม่โดดเด่น หรือแตกต่างโดยเฉพาะจากคู่แข่ง ก็ยากที่คนจะจดจำบริษัทหรือแบรนด์ของคุณได้ ในทางกลับกัน หากคุณเลือกสีที่แตกต่าง โดยที่ยังสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่วางเอาไว้ ก็จะเป็นสิ่งที่สร้างความจดจำให้กับลูกค้าของคุณได้ไม่ยาก

 

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องสีกับการตลาด ได้ที่บล็อก สีนั้นสำคัญไฉน? ความเข้าใจเรื่องสีสำหรับ marketing ที่คุณอาจมองข้าม | Content Shifu – Inbound & Content Marketing

Tip

ลองปิดโลโก้ หรือซ่อนชื่อแบรนด์ ชื่อบริษัทของคุณ และเว็บไซต์คู่แข่ง แล้วให้กลุ่มเป้าหมายลองเข้าเว็บดู เพื่อดูเค้าจำแบรนด์หรือบริษัทคุณได้หรือไม่

สถิติ #7: 66% ของลูกค้า ยอมที่จะเลื่อนลงไปดูข้อมูลที่อยู่ด้านล่างของหน้าเว็บ

ความเชื่อที่ว่า “คนไม่ scroll หน้าเว็บลงไปดูข้างล่างหรอก” อาจจะไม่เป็นจริงอีกต่อไปโลกอินเตอร์เน็ตยุคปี 2017

จากผลการวิจัยของ Chartbeat บริษัทที่ให้บริการข้อมูล Analytics พบว่า “66% ของคนที่ใช้งานอินเตอร์เน็ต มีปฏิสัมพันธ์ เสพเนื้อหา หรือรับข้อมูลจากหน้าเว็บที่อยู่ด้านล่าง (Below the Fold)”

อีกข้อมูลที่น่าสนใจ มาจากบริษัท ClickTale ผู้ให้บริการเครื่องมือ Heatmap บอกว่า “ผู้คน scroll หรือเลื่อนลงไปดูเนื้อหาที่อยู่ด้านล่างของหน้าเว็บถึง 76% และกว่า 22% เลื่อนลงไปดูเนื้อหาจนจบหน้า”

สถิตินี้บอกเราว่า Above the Fold นั้น กำลังจะลดบทความความสำคัญลง เพราะผู้ใช้อินเตอร์เน็ตนั้นเริ่มคุ้นชิ้นกับการใช้ Scroll เพราะรู้ว่าด้านล่างนั้นยังมีเนื้อหาให้ดูอีกมากมาย

แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ควรยังจะต้องออกแบบเว็บไซต์โดยจัดลำดับความสำคัญของเนื้อหาให้ดี เพราะ “เวลา” ของลูกค้าหรือผู้ใช้นั้นมีจำกัด (จากข้อ #4) ถ้าต้องใช้เวลามากเกินไปในการทำความเข้าใจ หรือ scroll กว่าจะเจอข้อมูลที่ต้องการ ลูกค้าก็อาจจะไม่อดทนรอ และออกจากเว็บไซต์เราไปอยู่ดี

Tip

ลองติด Heatmap บนเว็บไซต์ของคุณ จะช่วยให้คุณเห็นภาพว่าคนที่เข้าเว็บไซต์ของคุณ “ใช้งาน” เว็บไซต์ของคุณจริงๆ อย่างไรกันแน่

สรุป

ไม่ว่าคุณกำลังจะออกแบบเว็บ หรือทำเว็บใหม่ สิ่งที่เราอยากจะให้คุณคิดคำนึงถึงอยู่เสมอนอกจากเรื่องของความสวยงาม คือการพยายามทำความเข้าใจว่า “ลูกค้า หรือ ผู้เข้าชม นั้นต้องการอะไร?”

สิ่งนี้คือสิ่งที่พวกเรา Magnetolabs คิดเอาไว้เสมอ ไม่ว่าจะออกแบบเว็บไซต์ หรือทำเว็บไซต์ให้ลูกค้าเจ้าไหน หรือแม้แต่ทำเว็บไซต์ของเราเอง

เพราะหากเรามัวแต่พูดแต่สิ่งที่เราต้องการพูด โดยไม่ได้สนใจเลยว่าลูกค้าของเราต้องการอะไร มีพฤติกรรมอย่างไร สุดท้ายแล้วสิ่งที่เราต้องการสื่อก็จะไม่มีทางไปถึงลูกค้าของเราได้เลย

และนี่คือหัวใจในการทำเว็บไซต์ของพวกเรา Magnetolabs ค่ะ

Welcome to the Inbound Marketing World 🙂

Author

Linda Kraivanich

Managing Partner และ Design Director ของ Magnetolabs เชื่อว่าการออกแบบคือการแก้ปัญหาและมีส่วนสำคัญกับทุกๆ สิ่งในชีวิต เวลาว่างชอบอ่านหนังสือ ฟัง Audiobook หลงไหลในเรื่องของ Design, Business และ CrossFit
Managing Partner และ Design Director ของ Magnetolabs เชื่อว่าการออกแบบคือการแก้ปัญหาและมีส่วนสำคัญกับทุกๆ สิ่งในชีวิต เวลาว่างชอบอ่านหนังสือ ฟัง Audiobook หลงไหลในเรื่องของ Design, Business และ CrossFit

Related Blog

Leave Your Comment