0
SHARE

6 สัญญาณที่บอกว่าคุณควรจะจ้าง Online Marketing Agency (Digital Agency) ได้แล้ว

Array
Sitthinunt

คุณกำลังหาหรือกำลังคิดที่จะจ้าง Online Marketing Agency (Digital Agency) คุณก็เลยลองค้นหา Agency เจ๋งๆ ดูบน Google แล้วก็มาพบบทความนี้ที่ผมเขียนขึ้นมา

ก่อนอื่นเลยผมต้องขอบอกว่า บทความนี้ของผมจะไม่ได้ช่วยบอกหรือเปรียบเทียบว่า Agency เจ้าไหนดีกว่ากัน หรือ Agency ไหนมีบริการที่คุณกำลังต้องการอยู่บ้าง

ถึงแม้ว่าบทความนี้อาจจะไม่ตรงกับสิ่งที่คุณหาอยู่ แต่ผมรับรองว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับคุณ เพราะเนื้อหาในบทความนี้จะช่วยให้คุณจับ “สัญญาณ” ทางธุรกิจของคุณได้ว่า คุณควรที่จะจ้าง Agency มาช่วยงานรึเปล่า

ถ้าคุณรู้สึกถึงสัญญาณข้อใดข้อหนึ่งใน 6 ข้อนี้ ผมคิดว่า Agency จะสามารถเข้ามาเติมเต็มธุรกิจของคุณได้อย่างแน่นอน

6 สัญญาณที่บอกว่าคุณควรจะจ้าง Online Marketing Agency (Digital Agency) ได้แล้ว

1. คุณรู้สึกว่าคุณมีสิ่งอื่นที่ต้องโฟกัสมากกว่าการทำ Online Marketing

การทำการตลาดออนไลน์คือสิ่งที่คุณต้องโฟกัสจริงๆ รึเปล่า? หรือจริงๆ แล้วสิ่งที่คุณจำเป็นต้องโฟกัสมันคืออย่างอื่น?

ผมคิดว่ามันสำคัญมากๆ ที่คุณต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าอะไรคือ Core หลักของธุรกิจคุณ เช่น ถ้าบริษัทของคุณเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สิ่งที่คุณต้องทำแน่ๆ คือการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้ดี หรือถ้าบริษัทของคุณขายเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม สิ่งที่คุณต้องให้ดีคือการทำเครื่องจักรให้ได้มาตรฐาน

ถ้าคุณรู้สึกว่ายังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำเพื่อให้ Core หลักของธุรกิจของคุณไปได้ดี และคุณไม่ค่อยมีเวลามาโฟกัสในการทำการตลาดออนไลน์สักเท่าไหร่ การหาผู้ช่วยก็อาจจะเป็นเรื่องที่ดี

เพื่อที่ว่าคุณจะได้เอาแรงและเวลาไปโฟกัสในสิ่งที่สำคัญกับธุรกิจหลักของคุณจริงๆ

2. คุณรู้สึกว่าคุณมีสิ่งที่อยากทำ อยากได้ แต่รอแล้วรออีก ก็ยังไม่เสร็จสักที

เว็บใหม่ก็อยากได้ CRM ก็อยากมี บทความก็อยากให้ลงทุกสัปดาห์ และอีกหลายอย่างที่คุณอยากทำเพื่อทำให้ธุรกิจของคุณพัฒนา แต่คุณก็จะไม่สามารถทำสิ่งเหล่านั้นได้สำเร็จสักที

โดยมากแล้วสาเหตุหลักของเรื่องนี้คือการที่คุณมีทรัพยากรไม่เพียงพอ หรือไม่ก็ไม่มีคนที่รับผิดชอบทำมันอย่างจริงจัง

การจ้าง Agency มา จะเร่งให้คุณทำสิ่งที่คุณอยากได้หรืออยากทำให้เสร็จได้เร็วยิ่งขึ้น เพราะว่าค่าจ้างของ Agency นั้นถูกผูกอยู่กับผลลัพธ์ของงาน ถ้างานไม่เสร็จ พวกเขาก็จะไม่ได้ค่าจ้าง

ทั้งนี้สิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำคือ คุณควรที่จะลองมองดูให้ดีก่อนว่าที่งานไม่เสร็จเพราะว่าอะไร ถ้าเป็นเพราะทรัพยากรของคุณไม่เพียงพอ การหาคนมาช่วยนั้นเป็นสิ่งที่คุณควรจะทำ แต่ถ้าเป็นเพราะทีมงานของคุณคิดว่าสิ่งที่คุณอยากได้นั้นเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น หรือคุณขาดการสนับสนุนจากคนภายในบริษัท คุณก็ควรที่จะไปแก้ปัญหาเหล่านั้นก่อน

3. คุณเริ่มอิจฉาคู่แข่งของคุณ

“มิตรแท้เก็บไว้ให้ใกล้ คู่แข่งเก็บไว้ให้ใกล้ยิ่งกว่า”

ในการทำธุรกิจ แน่นอนว่าคุณก็คงจะหนีการแข่งขันไม่พ้น ถ้าธุรกิจที่คุณทำอยู่มันน่าสนใจพอ คุณก็คงจะมีคู่แข่งที่เข้ามาขับเคี่ยวด้วยไม่มากก็น้อยแน่ๆ

บนโลกออนไลน์ที่การเข้าถึงมันง่ายยิ่งกว่าง่าย ถ้าคุณสงสัยหรืออยากรู้ว่าคู่แข่งทำอะไรอยู่ สิ่งที่คุณต้องทำก็เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วของคุณพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ ค้นหาบน Search Engine หรือพิมพ์ชื่อคู่แข่งของคุณบน Social Media ลงไป สิ่งต่างๆ ที่คู่แข่งของคุณทำอยู่ก็จะปรากฏอยู่บนหน้าจอของคุณ

Note: บนโลกแห่ง Search Engine ทุกอย่างคือ Zero Sum Game ความหมายก็คือถ้าลูกค้าค้นหาอะไรบางอย่าง แล้วเจอคู่แข่งของคุณบน Search Engine และเขาคลิกเข้าไปดู นั่นก็หมายความว่าลูกค้าจะไม่เจอคุณ เปรียบเทียบง่ายๆ คือคู่แข่งของคุณได้ 2 เด้ง ได้ลูกค้าใหม่และได้ปิดโอกาสในการขายของคุณ ซึ่งแน่นอนว่าคุณคงอยากให้สถานการณ์นี้เกิดขึ้น แต่สลับระหว่างคุณกับคู่แข่งของคุณ จริงไหมครับ? 🙂

ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเห็นว่าคู่แข่งของคุณทำการตลาดออนไลน์ได้ดีกว่าและคุณเริ่มรู้สึกอิจฉาสิ่งที่พวกเขาทำ เมื่อนั้นก็อาจจะถึงเวลาแล้วที่คุณอาจจะต้องเริ่มมองหา Online Marketing Agency (Digital Agency) มาช่วยเหลือ เพื่อเสนอวิธีการที่จะช่วยทำให้คุณไม่จำเป็นต้องอิจฉาคู่แข่งอีกต่อไป

ไม่มีอะไรที่จะเร่งเร้าการเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่าการแข่งขันอีกแล้ว

4. คุณรู้สึกว่าคุณไม่มีความเชี่ยวชาญ

ใน 10 กว่าปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีต่างๆ ของโลกใบนี้นั้นเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่คุณหรือคนในบริษัทของคุณจะยังไม่เชี่ยวชาญศาสตร์แห่ง Digital Marketing

การจ้าง Agency มาช่วยก็เปรียบเสมือนการที่คุณจ้างผู้เชี่ยวชาญหรือผู้รู้ มาช่วยสอนและสร้างทางลัดให้กับธุรกิจของคุณ

Note: อย่างไรก็ตาม ผมแนะนำว่าคุณไม่ควรจะจ้าง Agency โดยที่คุณไม่มีความรู้เลย เพราะว่าสุดท้ายคุณก็จะไม่รู้อยู่ดีว่า Agency ที่คุณจะจ้างเข้ามาช่วยงานนั้นเก่งหรือไม่เก่ง ช่วยคุณได้หรือช่วยคุณไม่ได้

ถ้าคุณไม่มีความรู้เรื่อง Digital Marketing เลย สิ่งแรกที่คุณควรทำคือการศึกษาครับ ซึ่งแหล่งในการศึกษาเรื่อง Digital Marketing ที่คุณสามารถเริ่มต้นไปศึกษาได้เลย (เพราะว่าฟรี) มีอยู่หลากหลายที่ครับ อย่างเช่น Magnetolabs เองก็เขียนบทความให้ความรู้ด้านนี้ให้กับผู้บริหารหรือผู้จัดการอยู่เรื่อยๆ หรือไม่คุณก็อาจจะลองไปดูเว็บไซต์ Content Shifu ที่เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่อง Digital Marketing ให้กับคนที่ลงมือทำจริงก็ได้ครับ

และถ้าคุณมีความรู้ด้าน Digital Marketing อยู่แล้ว แต่อยากหาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาช่วยเพิ่มเติม เช่น คุณทำ Digital Marketing ด้วยตัวเองอยู่บ้าง แต่อยากได้คนมาช่วยเรื่อง SEO, Marketing Automation หรือ CRM การจ้าง Agency ที่โฟกัสในเรื่องนั้นๆ มาช่วยก็อาจจะดูเข้าที

การจ้างผู้เชี่ยวชาญมาช่วยในสิ่งที่คุณไม่เชี่ยวชาญ จะช่วยให้คุณมีเวลาไปโฟกัสในสิ่งที่คุณเชี่ยวชาญ

5. คุณไม่มีงบประมาณในการสร้างทีม

ถ้าคุณจะฟอร์มทีมเพื่อมาทำ Digital Marketing ของบริษัท ถ้าจะให้มีประสิทธิภาพ ผมคิดว่าอย่างน้อยๆ คุณควรจะต้องมีนักวางแผน หรือ Planner (ซึ่งอาจจะเป็น Media Buyer ในคนเดียวกัน), นักสร้างคอนเทนต์​ หรือ Content Creator (นักเขียน นักออกแบบ และนักตัดต่อวิดีโอ)

ถ้าเป็นทีมใหญ่ อาจจะมีคนแต่ละตำแหน่งแยกกันไม่ว่าจะเป็น SEO Specialist, Social Media Executive, Content Writer, Graphic Designer, Videographer และอื่นๆ อีกหลากหลายตำแหน่ง

จะเห็นได้ว่าในการสร้างทีมนั้น ถ้าจะหาทีมที่เก่งและดี สิ่งที่คุณจะต้องมีคืองบประมาณ (ผมคิดว่าอาจจะอยู่ในช่วงหลักหมื่นปลายๆ หรือหลักหลายแสนต่อเดือน)

ซึ่งถ้างบประมาณของคุณไม่พอในการสร้างทีม การสร้าง Online Marketing Agency (Digital Agency) มาช่วยก็อาจจะเป็นคำตอบที่ดี

ทั้งนี้ ผมแนะนำว่าคุณควรจะต้องมีงบในระดับหนึ่งนะครับ ถ้าคุณมีงบเพียงแค่ไม่กี่หมื่นต่อเดือน ผมแนะนำให้คุณจ้างคนมาเพียงแค่ 1-2 คนแล้วให้เขาทำงานในหลายหน้าที่อาจจะคุ้มค่าสำหรับคุณมากกว่า (ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะต้องแลกมาด้วยคุณภาพของงานที่น้อยกว่าการมีทีม)

งบน้อยก็ต่อยหนักได้ ถ้าใช้มันออกมาอย่างคุ้มค่า

6. คุณไม่เห็นผลลัพธ์ทางการตลาดและการขาย

แน่นอนว่าเมื่อคุณลงทุนไปกับกิจกรรมทางการตลาดและการขาย คุณย่อมต้องคาดหวังผลลัพธ์จากการลงทุนนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการที่มีคนเห็นสินค้าหรือบริการของคุณมากขึ้น หรือมีลูกค้ามุ่งหวังหมุนเปลี่ยนแวะเวียนเข้ามาขอคำปรึกษาจากคุณ

คุณรอแล้ว รอเล่า ลูกค้าที่คาดหวังไว้ก็ยังไม่เข้ามา

ถ้าคุณกำลังอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น การว่าจ้าง Online Marketing Agency (Digital Agency) มาช่วยเหลือก็อาจจะช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ทางการตลาดและการขายตามที่คุณมุ่งหวังก็เป็นได้

ในความเห็นของผม สิ่งที่คุณจะได้ (หรือควรจะต้องได้) จาก Agency มี 3 อย่างก็คือ

  1. แนวคิดหรือวิธีการใหม่ๆ ที่เปลี่ยนไปจากเดิม
  2. เทคโนโลยีที่จะช่วยแก้ไขปัญหาบางอย่างหรือโซลูชั่นที่ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  3. ประสบการณ์จากการที่ Agency ทำงานกับบริษัทอื่นๆ (ถ้าจะให้ดีคือบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันหรือใกล้เคียง)

สรุป

ถ้าสิ่งที่คุณเจออยู่ตรงกับสัญญาณข้อใดข้อหนึ่งใน 6 ข้อนี้ นั่นก็หมายความว่าคุณอาจจะเริ่มพิจารณาจ้าง Online Marketing Agency (Digital Agency) ได้แล้วนะครับ

ผมหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณรู้ความต้องการของตัวเองหรือของบริษัทได้ดียิ่งขึ้นนะครับว่าควรจะต้องใช้บริการ Agency รึเปล่า

และถ้าคุณอยากที่จะเริ่มคุยเริ่มจ้าง Agency เกี่ยวกับงาน Website Design หรือ Inbound Marketing คุณสามารถติดต่อเราเข้ามาเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้นะครับ

Author

Sitthinunt

Managing Partner ของ Magnetolabs หลงใหลในเรื่อง Inbound Marketing หรือการตลาดแบบแรงดึงดูด เวลาว่างจากการเขียนคอนเทนต์ หรือตั้งค่า Marketing Funnel มักจะอ่านหนังสือ บน Kindle อันเล็กๆ หรือไม่ก็ฟังนักธุรกิจ/นักการตลาดคนโปรดคลุกเรื่องเล่าเคล้าเรื่องราวบน Podcast
Managing Partner ของ Magnetolabs หลงใหลในเรื่อง Inbound Marketing หรือการตลาดแบบแรงดึงดูด เวลาว่างจากการเขียนคอนเทนต์ หรือตั้งค่า Marketing Funnel มักจะอ่านหนังสือ บน Kindle อันเล็กๆ หรือไม่ก็ฟังนักธุรกิจ/นักการตลาดคนโปรดคลุกเรื่องเล่าเคล้าเรื่องราวบน Podcast

Related Blog

2 Comments

  • jaiiiii
    # August 29, 2018
    Reply

    เป็นประโยชน์มากเลยค่ะ

    • Katina
      # August 30, 2018
      Reply

      ขอบคุณมากเลยค่ะ คุณ jaiiiii 🙂

Leave Your Comment