[Review] การผันตัวจากชีวิตฟรีแลนซ์สู่การทำงานประจำ

ในยุคสมัยที่เศรษฐกิจและสังคมถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ทำให้เริ่มเกิดค่านิยมการเป็นเจ้านายตัวเองหรือเจ้าของกิจการถึงจะประสบความสำเร็จ และด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวไกลมากกว่าสมัยก่อน ทำให้สามารถเข้าถึงคนได้เป็นจำนวนมากและสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องเจอหน้ากัน

‘อาชีพฟรีแลนซ์’ จึงถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่หลายๆ คนสนใจและเห็นว่าตอบโจทย์สำหรับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ประกอบกับความเชื่อลบๆ เกี่ยวกับงานประจำว่างานประจำมันน่าเบื่อ ทำแล้วไม่เท่ ต้องเจอวัฒนธรรมองค์กรและเจ้านาย+เพื่อนร่วมงานไม่ดี ฯลฯ

ในบทความนี้นุชจึงอยากลองแชร์มุมมองและสิ่งที่ได้เรียนรู้หลังจากที่ได้เปลี่ยนผ่านจาก ชีวิตฟรีแลนซ์ สู่การทำงานประจำ เป็นเวลา 1 เดือน นุชหวังว่าสิ่งต่างๆ ที่นุชได้เรียนรู้จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังหางานหรือกำลังทำงานอยู่และนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเองนะคะ

การผันตัวจากชีวิตฟรีแลนซ์สู่การทำงานประจำ

“ฟรีแลนซ์พอสังเขป”

นุชเอง คือเด็ก Gen Y คนหนึ่งในอีกหลายๆคน ที่มีความฝันที่อยากจะเป็นนายตัวเอง ซึ่งก่อนหน้านี้นุชเคยผ่านการทำงานแบบฟรีแลนซ์ในรูปแบบต่างๆ มาบ้าง  ตั้งแต่ฟรีแลนซ์ที่เข้างานแบบเหมาเป็นรายวัน จนถึงฟรีแลนซ์ประจำ คือเป็นฟรีแลนซ์ แต่ต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน มีการเซ็นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ทุกสามเดือน มีเงินเดือนที่แน่นอนในทุกเดือน (ไม่มีเพิ่มไม่มีลด) แต่ไม่มี OT และจะไม่ได้รับสวัสดิการใดๆ

จนในที่สุดก็ตัดสินใจออกมารับงานฟรีแลนซ์แบบเต็มตัว ด้วยความอยากรู้อยากลองและความฝันความฟุ้งที่อยากทำสิ่งนู้นสิ่งนี้เต็มไปหมดในหัว

ช่วงแรกที่เริ่มใช้ ชีวิตฟรีแลนซ์ รู้สึกสบายใจมากและมีอิสระมาก ตื่นมาไม่ต้องเสียเวลาไปไหน สามารถทำงานได้เลย รู้สึกว่าเวลาในการเดินทาง 2-3 ชม. ต่อวัน เราสามารถเอามาทำงานได้เยอะมาก ไม่ต้องทนรถติดฝ่าฝูงชนคนทำงานมากมายเพื่อเข้างานให้ทัน ได้เมเนจเวลาเอง กำหนดวันหยุดเอง อยากไปต่างจังหวัดกี่วันก็ได้ ยิ่งได้นั่งทำงานร้านกาแฟชิคๆ ยิ่งชิวสุดๆ

แต่เมื่อผ่านไปซักระยะ วิธีการทำงานชิวจริง แต่สถานะภาพทางการเงินไม่ชิวด้วย ปัญหาความไม่แน่นอนของรายได้ คือปัญหาใหญ่ๆ ที่ทำให้เกิดความคิดที่ว่า “ทำงานประจำ+รับฟรีแลนซ์ไปด้วยจะดีมั้ย?”

หลังจากนั้นก็ลองสำรวจตัวเองดูก็พบว่า เรามีอิสระมากจนบริหารเวลาไม่ดี ทำให้นาฬิกาชีวิตเริ่มพัง กลายเป็นคนนอนดึกตื่นสาย กินข้าวไม่เป็นเวลา และแผนในชีวิตประจำวันไม่เป็นดั่งที่ตั้งใจไว้ จนเริ่มเกิดคำถามกับตัวเอง ว่า “หรือเราจะยังไม่พร้อมกับการทำงานแบบฟรีแลนซ์?” จึงลองหันกลับมาเริ่มต้นทำงานประจำจริงๆ

การผันตัวจากชีวิตฟรีแลนซ์สู่การทำงานประจำ

“งานประจำต้องตื่นแต่เช้าไปเจอรถติด!”

เรื่องน่าเบื่ออย่างที่สุดเรื่องหนึ่งของการทำงานประจำที่แทบทุกคนจะต้องเจอ คือ ปัญหารถติด! ต้องตื่นเช้ามากๆ เพื่อเผื่อเวลาเดินทางในช่วงการจราจรติดขัด ถ้าขึ้น BTS ก็เร็วหน่อย แต่จะต้องทนเบียดกับคนเป็นร้อยเป็นพันหายใจรดกันไปมา แค่คิดก็หมดแรงจะตื่นไปทำงานแล้ว

ด้วยความที่นุชพักอยู่แถวๆ รังสิต ซึ่งหลายคนอาจคิดว่า “โห… โคตรไกล เดินทางไม่เหนื่อยหรอ” แต่สำหรับนุช นุชคิดว่ามันไม่ได้ลำบากขนาดนั้นและค่อนข้างไว เพราะมันมีรถตู้ที่ขึ้นโทลเวย์มาลง BTS หมอชิต แล้วก็ต่อบีเอสได้เลย รวมๆ แล้วใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 1 ชม. ถ้าวันไหนรถติดมากๆๆ อาจจะใช้เวลา 1.30 ชม.แต่ถ้าโชคดีรถไม่ติดมาก ก็ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชม.

แต่… นั่นคือขาไป ตอนขากลับนี่สิ คือสิ่งที่ทำให้คิดถึง ชีวิตฟรีแลนซ์ กับการทำงานอยู่บ้าน เพราะ 6 โมงเย็นเป็นเวลาเลิกงานยอดฮิตของหลายๆ บริษัท ถ้าใครเคยไปรอขึ้นรถตู้ หมอชิต-ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ในช่วงเวลานี้คงจะเข้าใจดี เพราะแถวยาวมาก(ก.ไก่ ร้อยตัว) ถ้าช่วงพีคๆ ที่เคยเจอคือต้องรอประมาณ 11-12 คัน ถ้าโชคดีคนไม่เยอะก็ประมาณ 4 คัน

ซึ่งนุชเคยลองขึ้นรถเมล์ดูก็รู้สึกไม่ค่อยประทับใจและรู้สึกว่าใช้เวลามากกว่า แต่ถ้าใครมีคำแนะนำการเดินทางด้วยวิธีอื่น ลองแชร์กันเข้ามาได้นะคะ เช่น รถตู้อนุเสาวรีย์ซึ่งนุชยังไม่มีโอกาสไปลอง เพราะกลัวจะนานกว่าเดิม อยากลองถามคนที่เคยใช้บริการดูเหมือนกันว่าเป็นยังไง

ในอีกมุมหนึ่งสิ่งที่นุชได้จากการทำงานประจำก็เป็นการฝึกวินัยในการตื่นเช้า ทำให้กินข้าวเป็นเวลา และนาฬิกาชีวิตปกติมากขึ้น สามารถจัดระเบียบการทำงานได้ดีขึ้น เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา การที่เรามีอิสระในการจัดระเบียบตัวเองมาก บางครั้งก็ต้องเจอปัญหาชีวิตไร้ระเบียบแบบไม่รู้ตัว เพราะความย่อหย่อนในการจัดสรรเวลาของตัวเอง

การผันตัวจากชีวิตฟรีแลนซ์สู่การทำงานประจำ

“ทำงานประจำจะไปเที่ยวไหนไกลๆ ต้องรอวันหยุด!”

ด้วยความเชื่อและวัฒนธรรมของไทย ทำให้เรามีวันหยุดตามประเพณีเยอะพอสมควร แต่ส่วนใหญ่คนก็จะรอไปเที่ยวช่วงวันหยุดยาวกันหมด ทำให้ที่เที่ยวแต่ละที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนเหมือนแย่งกันกิน แย่งกันเที่ยว แล้วยังต้องเจอกับค่าตั๋วหรือค่าที่พักที่แพงลิบลิ่ว ในส่วนนี้เองที่เป็นข้อดีอย่างหนึ่งของชีวิตฟรีแลนซ์ ที่สามารถวางแผนการเดินทางได้แบบไม่ต้องรอวันหยุดเหมือนคนอื่นๆ แต่ชีวิตการทำงานประจำก็ไม่ได้สิ้นหวังห่อเหี่ยวขนาดนั้น เพราะเราสามารถขอลาพักร้อนได้

ถ้าคุณทำงานประจำที่มีตารางการทำงานแบบ Daily หรือวันต่อวัน อาจจะเป็นเรื่องยากมากที่จะขอลางานไปพักผ่อนหย่อนใจซัก 3-4 วัน เว้นเสียแต่จะมีคนทำงานแทน แต่ถ้าเป็นงานที่มีการวางแผนล่วงหน้า ก็ยังพอมีโอกาสจัดสรรเวลาและรีบเคลียร์งานของตัวเอง เพื่อวันหยุดพักร้อนได้อยู่บ้าง ขึ้นอยู่กับการตกลงกันระหว่างคุณกับองค์กร ซึ่งตามกฎหมายแล้วเราสามารถมีวันลาพักร้อนได้ และมีสิทธิรับเงินเดือนด้วยนะ สิทธิตามกฎหมายแรงงาน

ทั้งนี้ก็อยู่ที่การตกลงกันระหว่างเรากับองค์กรด้วยนะ ถ้าเราจะลางานหรือหยุดงานก็ควรจะวางแผนและจัดสรรเวลาให้ดีจนแน่ใจว่างานที่เรากำลังรับผิดชอบบรรลุตามเวลาที่กำหนดเพื่อไม่ให้เกิดภาระกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ซึ่งไม่ว่าอาชีพไหนๆ วินัยและความรับผิดชอบย่อมเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงการเป็นฟรีแลนซ์ยิ่งต้องบริหารจัดการให้ดี หรืออาจจะต้องหารายได้ให้มากกว่า 1 ทาง เพราะหากเราหยุดงานหลายวันอาจทำให้ขาดรายได้ช่วงนั้นไปได้

ส่วนใครที่กำลังทำงานประจำและอยากวันแผนวันหยุดยาว ลองดูวันหยุดปีหน้าที่นุชทำมาแชร์กันได้นะคะ (ปฏิทินวันหยุดปีหน้า)

การผันตัวจากชีวิตฟรีแลนซ์สู่การทำงานประจำ

“ไม่อยากทำงานประจำ เพราะกลัววัฒนธรรมองค์กร”

บางคนอาจเคยมีประสบการณ์การทำงานประจำที่ต้องเข้างานตรงเวลา แต่พอถึงเวลาเลิกงานจะกลับบ้านตรงเวลา ต้องทนกับสายตาพิฆาตของหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน บ้างก็เจอระบบอาวุโส หรือเจ้านายไดโนเสาร์ ต้องประจบเจ้านายถ้าอยากเจริญ

ปัญหาเหล่านี้อาจมีอยู่ในหลายๆ องค์กรในประเทศไทย บางครั้งเราอาจจะหลีกเลี่ยงและปรับเปลี่ยนอะไรไม่ได้เลย นอกจากปรับทัศนคติของตัวเอง อย่างคติสอนใจที่ใครบางคนเคยกล่าวไว้ว่า

“เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงใครได้ ให้เริ่มจากเปลี่ยนที่ความคิดตัวเอง”

แต่ใช่ว่าทุกๆ องค์กรจะมีแต่วัฒนธรรมแบบนี้ องค์กรที่มีผู้บริหารหัวคิดทันสมัยรับฟังความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ มีความยืดหยุ่นเรื่องเวลา ถ้าสามารถรับผิดชอบงานภายในเวลาที่กำหนดได้ ก็กลับตรงเวลาได้! โดยไม่จำเป็นต้องหอบงานกลับไปทำที่บ้าน ก็ยังมีอยู่นะ

ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับทัศนคติและการบริหารเวลางานของคุณและเพื่อนร่วมงานในองค์กรนั้นๆ ว่ามีความเป็นทีมและใช้เวลาในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหน หากองค์กรของคุณมีระบบการจัดการในการทำงานที่ดี ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้คุณสามารถรับผิดชอบกับงานที่ทำได้อย่างเต็มที่ มีเวลาให้กับชีวิตส่วนตัว เมื่อเรามีความสุขกับชีวิตส่วนตัวและการทำงาน ก็สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไปอีก

การผันตัวจากชีวิตฟรีแลนซ์สู่การทำงานประจำ

“กลัวเจอเพื่อนร่วมงาน/เจ้านายไม่ดี”

จริงๆ ไม่มีคนที่ดีหมดจดและไม่ดีไปซะทุกอย่าง แม้แต่ตัวเราเองก็ไม่ใช่คนดีไร้ที่ติ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนๆ เราก็เจอคนไม่ดีได้ และอยู่ที่เราเองอีกเช่นกันว่าจะสตรองและสามารถคัดกรองคนที่เข้ามาในชีวิตได้ดีแค่ไหน  

ข้อดีของการทำงานกับคนอื่นก็สามารถทำให้เราได้พัฒนาตัวเองได้เหมือนกัน คือได้เรียนรู้วิธีการทำงาน วิธีจัดการงานอย่างเป็นระบบมากขึ้นจากตอนเป็นฟรีแลนซ์ อย่างเช่น การจัดระเบียบงานผ่าน Asana และการสื่อสารกับคนในทีมผ่าน slack แทนการใช้ LINE (เหตุผลที่คุณไม่ควรที่จะใช้ LINE คุยงาน)

ฟรีแลนซ์หรือชาวออฟฟิศที่อยากลองจัดระเบียบงานแบบโปรๆ ลองเรียนรู้การใช้งาน Asana แบบเบื้องต้นได้ที่ https://asana.com/guide/resources/get-started/quick-start

การทำงานเป็นทีมช่วยให้เราพัฒนาเรื่องการสื่อสาร (จากที่ทำคนเดียวรู้เรื่องอยู่คนเดียว) และนึกถึงคนอื่นมากขึ้น อย่างเวลาตั้งชื่อไฟล์หรือจัดระเบียบไฟล์ จากที่เคย ตั้งชื่อ [ML]Package1_edit2 edit3 edit4 ต้องตั้งให้คนอื่นรู้ด้วย ตัวอย่างเทคนิคที่ได้รับในการตั้งชื่อไฟล์ คือการใช้วันที่ตั้งชื่อ ควรเริ่มต้นจาก ปี/เดือน/วันที่ เพราะถ้าขึ้นต้นด้วยวันที่ เวลาเรียงไฟล์อาจจะสับสนเดือนได้ และเลิกทำงานแบบไม่ถึงเดทไลน์แล้วหัวไม่แล่น เพราะเวลาทำเป็นทีมจะต้องส่งงานให้คนอื่นทำต่อ เป็นการเพิ่มความกระตือรือร้นให้ตัวเองไปในตัว

นอกเหนือจากการได้แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น ทัศนคติในการทำงานกับคนอื่นแล้วได้แลกเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ยกตัวอย่างเช่น การปีนผาจำลอง ที่ตัวเราเองไม่เคยคิดจะลองมาก่อน กับกิจกรรมการเล่นบอร์ดเกมส์ แทนการเล่นเกมมือถือ ถ้าคุณโชคดีเจอเพื่อนร่วมงานที่มีทัศนคติด้านบวกมากกว่าด้านลบ ก็จะช่วยลดความน่าเบื่อของงานประจำไปได้หลายข้อเลยทีเดียว

การผันตัวจากชีวิตฟรีแลนซ์สู่การทำงานประจำ

“งานประจำมันไม่เท่ และน่าเบื่อมากมากกกก”

ก็จริงอยู่ที่มันอาจจะมีเหตุผลร้อยแปดพันเก้า ที่ทำให้เราเบื่องานประจำ ต้องเจอกับคนเดิมๆ อยู่ที่เดิมๆ ทำงานแบบเดิมๆ แต่เมื่อได้ลองทำงานประจำจริงๆ งานที่ท้าทายก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย ในทางกลับกัน กลับมีอะไรใหม่ๆ มาให้เรียนรู้อยู่ตลอดได้เช่นกัน

นอกจากนี้สภาพแวดล้อมในการทำงานก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง เราอาจจะได้เจอทีมที่ดี ที่ช่วยให้เราได้ลองสิ่งใหม่ๆ เครื่องมือใหม่ๆในการทำงาน หรือหัวหน้าที่มอบหมายงานที่เราไม่เคยทำมาก่อน (เช่นการเขียนบทความนี้) และช่วยให้เราได้พัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา อยู่ที่เราว่าจะสามารถพาตัวเองเข้าไปอยู่ในที่ที่ใช่ได้หรือเปล่า ที่สำคัญคือต้องไม่หยุดพัฒนาตัวเอง เพราะ “ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนก็สามารถพัฒนาตัวเองได้” แล้วชีวิตเราก็จะยิ่งสนุกมากขึ้น เมื่อเรารู้สึกเก่งขึ้นในทุกวัน

สุดท้ายนี้สิ่งที่นุชได้เรียนรู้คือถ้าเราหา Passion ในการทำงานของเราไม่เจอ ไม่ว่าทำงานอะไรที่ไหน เราก็มีโอกาสที่จะเบื่อ ซ้ำแล้วซ้ำอีก ลนลูปไปอยู่แบบนี้ การทำงานทั้งรูปแบบ งานประจำกับไม่ประจำ ต่างมีทั้งข้อดีและข้อด้อยขึ้นอยู่กับทัศนคติของเราล้วนๆ ว่าเราเหมาะกับงานประเภทไหนและมีความสุขกับ “วิธีการทำงาน” แบบใด

แค่เราลองหาจุดพอดีของตัวเองให้เจอและยิ่งเจอเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความสุขเร็วเท่านั้น

 

Sometimes you find yourself in the middle of nowhere

and sometimes in the middle of nowhere you find yourself.

บางครั้ง คุณก็ค้นพบตัวเองหลงทางอยู่ที่ไหนสักแห่ง

แต่บางครั้ง ที่ที่คุณหลงทางอยู่นั้น คุณก็ได้ค้นพบตัวเองเช่นกัน

 

ปล. ใครที่พินิจพิจารณาแล้วว่าตัวเองเหมาะกับการทำงานประจำ ชอบลองอะไรใหม่ๆ กับบรรยากาศการทำงานสบายๆ ไม่ตึงไปไม่หย่อนเกิน เรากำลังมองหา “เพื่อนร่วมทีม” (มาเล่นบอร์ดเกมส์) ลองส่งผลงานของคุณมาได้เลย! We’re hiring

การผันตัวจากชีวิตฟรีแลนซ์สู่การทำงานประจำ

ปล. ใน ปล. ถ้าคุณไม่อยากพลาดการถูกเรียกสัมภาษณ์ ควรอ่านบทความนี้ก่อนส่ง Resume! ถอดรหัสสมัครงาน! 5 สาเหตุที่คุณไม่ถูกเชิญสัมภาษณ์งาน พร้อมวิธีแก้

2 Comments

  1. ถ่ายทอดเรื่องราวได้ดีมาก อ่านสนุก ได้ประโยชน์มากค่ะ กำลังมองหางานประจำให้น้องไอที ที่เค้าเคยทำแต่งานอิสระ ไม่มีประสบการณ์การทำงานในองค์กร ความท้าทายคือจะสามารถผันตัวมาทำงานประจำและได้รับโอกาสนั้นหรือไม่ ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่มอบสิ่งดีๆ มีกำลังใจให้คนทำงานค่ะ

    1. ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ ยินดีเช่นกันค่ะที่ได้สร้างแรงบัลดาลใจให้ใครบางคน จะเก็บไว้เป็นกำลังใจไปพัฒนาในบทความต่อๆ ไปนะคะ Magnetolabs ของเราเปิดรับอยู่หลายตำแหน่งนะคะ ถ้าน้องสนใจลองดูที่นี่ได้เลยค่ะ https://magnetolabs.com/we-re-hiring/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *