เทคนิคสร้างทีมเวิร์คที่แข็งแกร่ง
0
SHARE

5 เทคนิคลับสร้างทีมเวิร์คที่แข็งแรง (แบบฉบับ Magnetolabs)

Array
Katina

การทำงานเป็นทีม หรือ ทีมเวิร์ค (Teamwork) หากมองเผินๆ อาจจะเป็นเรื่องที่จัดการไม่ได้ยากเย็นสักเท่าไร แต่การที่จะปลดล็อคพลังของทีมเวิร์คให้มีประสิทธิภาพสูงสุดนั้น ถือเป็นเรื่องที่ทำให้หลายๆ คนปวดหัวได้เลยทีเดียว

เชื่อว่าทุกคนน่าจะเคยพบเจอ Pain Point จากการสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน ที่ทำให้ชีวิตการทำงานของคุณไม่ราบรื่นเหมือนอย่างเคย ไม่ว่าจะเป็นระบบ ขั้นตอน หรือแม้แต่เพื่อนร่วมงาน หนึ่งในปัญหาที่หลายๆ องค์กพบเจอได้บ่อยๆ ก็คือปัญหาที่เกี่ยวข้องกับคน โดยเฉพาะการทำงานเป็นทีม หรือทีมเวิร์ค

บางครั้งคุณอาจจะรู้สึกว่าทีมของคุณอาจจะยังเข้ากันได้ไม่ดีพอ หรืออาจจะมีบางอย่างที่ทำให้การทำงานในทีมของคุณต้องชะงักไป จนหลายคนอาจจะเริ่ม​คิดว่า ถ้าทำงานหลายคนมันยากนัก ทำคนเดียวไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ?

“If you want to go fast, go alone. If you want to go far, go together.” สุภาษิตของชาวแอฟริกันบทนี้ เป็นคำกล่าวที่ทำให้เราเห็นพลังของการทำงานเป็นทีมที่หาไม่ได้จากการทำงานคนเดียวได้ชัดเจนมากๆ ค่ะ

ถ้าหากคุณเองก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องการจะปลดล็อคประสิทธิภาพการทำงานเป็นทีมเพื่อให้ไปได้ไกล แต่ยังไม่รู้จะเริ่มยังไง เราอยากให้คุณได้ลองอ่านบทความสั้นๆ นี้ ที่อาจจะใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที แต่เชื่อว่าหลังจากที่คุณอ่านจบ คุณจะมีไอเดียใหม่ๆ เพื่อนำไปปรับใช้กันภายในทีมของคุณได้มากขึ้นอย่างแน่นอน

P.S. เทคนิคการทำงานร่วมกันเป็นทีมของแต่ละคนคงจะไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นหลังจากที่คุณอ่านบทความนี้จบ เราหวังว่าคุณจะมีไอเดีย หรือแนวทางใหม่ๆ ในการสร้างทีมเวิร์คตามแบบฉบับของคุณเอง

P.S.2 และถ้าคุณมีวิธีสร้างทีมเวิร์คเด็ดๆ ตามแบบฉบับของคุณเอง ก็สามารถคอมเมนต์ไว้ได้เลยนะคะ เราเชื่อว่าวิธีของคุณจะเป็นประโยชน์ต่อหลายๆ คนรวมถึงตัวเราเองด้วยค่ะ

P.S.3 ส่วน Magnetolabs เอง การทำงานของพวกเราต้องอาศัยทีมเวิร์คค่อนข้างมาก และพวกเราก็ย่อมเจอปัญหากันมาบ้าง แต่สุดท้ายพวกเราก็เอาชนะมันได้ แถมยังทำให้ทีมเวิร์คของเราแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าเดิมอีกต่างหาก

การทำงานเป็นทีม หรือทีมเวิร์ค คืออะไร?

ก่อนจะพูดถึงวิธีการสร้างทีมเวิร์คที่ดี เรามาเริ่มต้นกันที่ความหมายของทีมเวิร์คกันก่อนดีกว่า

ถ้าหากคุณลองเปิดพจนานุกรม คุณก็คงจะเห็นว่าทีมเวิร์ค (Teamwork) คือการทำงานร่วมกันเป็นทีม หรือการที่หลายๆ คนมาร่วมทำงานด้วยกันให้ประสบความสำเร็จ โดยทุกคนในทีมมีเป้าหมายเดียวกัน และเข้าใจจุดประสงค์ของงานตรงกัน โดยในแต่ละทีมก็จะมีตำแหน่ง หน้าที่ และความรับผิดชอบที่แตกต่างกันออกไป

ลองคิดดูว่าถ้าคุณคนเดียวต้องรับผิดชอบงานของทั้งทีมที่คุณทำอยู่ตอนนี้ คุณก็คงรู้ดีอยู่แล้วว่าคุณไม่สามารถทำงานทั้งหมดได้ด้วยตัวเอง และนี่ก็คือสาเหตุที่คุณต้องมีการทำงานร่วมกันเป็นทีมค่ะ

ดังนั้นทีมที่ดี คือทีมที่มีเป้าหมายในการทำงานตรงกัน ถึงแม้ว่าไลฟ์สไตล์ในการทำงานจะไม่เหมือนกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีทีมเวิร์คที่ดีไม่ได้

เพราะทีมที่ดี ไม่ได้หมายความว่าเราต้องมีอะไรเหมือนกันทุกอย่าง แต่ความแตกต่างจะทำให้เราเติมเต็มกันและกันต่างหาก

5 เทคนิคลับสร้างทีมเวิร์คที่แข็งแรง ตามแบบฉบับ Magnetolabs

  • ความแตกต่างไม่ใช่ปัญหา อยู่ที่ว่าคุณจะยอมรับได้หรือเปล่า

การยอมรับความแตกต่างเพื่อสร้างทีมเวิร์ค

บางคนมีพี่น้องแท้ๆ แต่นิสัยและความคิดยังไม่เหมือนกันเลย แล้วเราจะคาดหวังให้คนทั้งทีมมีนิสัยหรือความคิดเหมือนกับเราได้อย่างไร

ก่อนอื่นเลย การสร้างทีมเวิร์คที่ดี เราต้องยอมรับความแตกต่างของกันและกันให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นภูมิหลัง นิสัยในการทำงาน หรือความคิด เพราะความแตกต่างตรงนี้แหละที่ทำให้เราสร้างกำแพงมากั้นไว้ ทำให้เราไม่สามารถเปิดใจให้พวกเขาได้เท่าที่ควร ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว ถ้าหากคุณลองเปิดใจที่จะยอมรับในความแตกต่างของคนในทีม คุณอาจจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากพวกเขาอีกเยอะเลย

ยกตัวอย่าง ทีมของเราเป็นทีมที่ยังไม่ได้ใหญ่มาก แต่ก็กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ นั่นหมายความว่า เราจะมีคนใหม่ๆ เข้ามาร่วมทีม ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าเขาอาจจะมีวิธีการทำงานที่แตกต่างกับเรา หรือวิธีการสื่อสารที่แตกต่างกับเรา  

เราเข้ามาทำงานที่ Magnetolabs พร้อมกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง เราขอเรียกย่อๆ ว่า T นะคะ T เป็นคนที่ค่อนข้างเงียบ และส่วนตัวเราก็ไม่ค่อยชอบเริ่มเข้าหาใครก่อน แต่ด้วยความที่เราต้องทำงานร่วมกันกับ T หลายครั้ง ทำให้เราต้องเริ่มศึกษานิสัยในการทำงานของ T ให้มากขึ้น ซึ่ง T เองก็ทำเหมือนกับเราเหมือนกัน และผลจากการที่เรายอมรับความแตกต่างของเรากับ T ในวันนั้น มันทำให้เราได้รู้ว่า เราแต่ละคนมีจุดอ่อนจุดแข็งที่ไม่เหมือนกัน ถ้าหากเรายอมรับในความแตกต่างตรงนั้นได้ ทีมเวิร์คของคุณ Power Up แน่นอนค่ะ

  • เปิดใจรับฟังคนรอบข้างให้มากขึ้นวันละนิด

ทีมเวิร์คที่ดีคือการรับฟังความเห็นของคนอื่น

เคยไหม​ ไม่ว่าจะประชุมกันมาสักกี่ชั่วโมง ก็ไม่ได้ข้อสรุปสักที? เหตุผลหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเรายังไม่เปิดใจรับฟังคนในทีมมากพอก็ได้ ทำให้ต่างคนต่างยืนกรานในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าดี

ดังนั้นถ้าหากคุณลองเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนในทีมมากขึ้น ลองพูดคุยหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันมากขึ้น เรามั่นใจว่าคุณจะได้ไอเดียใหม่ๆ หรือมุมมองใหม่ๆ ในการทำงานอย่างเแน่นอน แถมตัวคุณเองก็อาจจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากพวกเขาอีกด้วยนะ

ยกตัวอย่างของเราเอง เราเป็นคนทำสายงานการตลาดที่อาจจะไม่ค่อยได้ทำงานในส่วนของดีไซน์เท่าไหร่แต่ก็พอจะมีความรู้พื้นฐานอยู่บ้าง ซึ่งเราก็ค่อนข้างมั่นใจในระดับหนึ่งว่า เราจะต้องเข้าใจมุมมองของดีไซเนอร์บ้างแหละ

แต่ความเป็นจริงแล้ว ความสามารถในด้านดีไซน์ของเราค่อนข้างจะติดลบเลยแหละ (ฮา)

หลังจากที่เราได้มาจับคู่ทำงานกับ UX/UI Designer เราได้เรียนรู้อะไรจากเขาอีกมาก ทำให้ความสามารถด้านดีไซน์ของเราเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์เว็บไซต์ เรื่องของการเลือกสี การวางตัวอักษร หรือแม้แต่คำศัพท์ของดีไซเนอร์ ซึ่งเรารู้สึกดีใจนะ ที่วันนั้นเรายอมเปิดใจรับฟังพวกเขามากขึ้น ไม่อย่างนั้นวันนี้เราก็คงจะยังไม่มีอะไรที่พัฒนาขึ้นเลย

  • มีปัญหาเหรอ? เรามาช่วยกันแก้ดีกว่า

ไม่มีงานไหนหรอกที่ทำแล้วจะไม่มีปัญหา แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือ เวลาเจอปัญหาแล้วทีมของเรารับมือกับมันยังไง

สำหรับการทำงานในทุกๆ วัน เราต่างก็คงรู้กันดีอยู่แล้วว่า ไม่มีการทำงานอะไรที่จะไม่เกิดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเล็กๆ หรือปัญหาใหญ่ คนในทีมจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกันตลอดเวลา ปรึกษากันด้วยเหตุผล หลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ โดยก่อนอื่นเลยเราต้องยอมรับกันก่อนว่า ทุกๆ อย่างเกิดปัญหาขึ้นได้ตลอดเวลา แต่ทุกปัญหาย่อมมีทางแก้เสมอ

ยกตัวอย่าง สำหรับพวกเราแล้ว สิ่งแรกที่จะทำหลังจากที่พบปัญหาคือ การปรึกษาและมานั่งคุยกันเพื่อหาทางออกร่วมกันนั่นเองค่ะ โดยคนที่เกี่ยวข้องกับโปรเจคโดยตรงจะต้องเป็นคนอธิบายถึงปัญหาที่พบให้กับทาง Director หรือ Team Lead รับรู้ก่อน

ในขณะที่คนอื่นๆ ในทีม (ถึงบางครั้งอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับโปรเจคนั้นโดยตรง) ก็สามารถเสนอแนวทางการแก้ไขได้เหมือนกัน เพราะพวกเราเชื่อว่าทุกคนมีความถนัดไม่เหมือนกัน อีกอย่างหนึ่งคือเมื่อทำงานร่วมกันเป็นทีม เวลาเจอปัญหาเราจะทิ้งให้คนในทีมแก้ปัญหานั้นคนเดียวได้ยังไง จริงไหม

  • กล้าที่จะคิดต่างอย่างมีเหตุผล

ทีมเวิร์คที่ดีคือความกล้าที่จะแสดงความคิดที่แตกต่าง

โดยพื้นฐานของคนทั่วไป เรามักจะมีวิธีการทำงานไม่เหมือนกัน และในบางครั้งเราอาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างจากคนอื่นๆ ในทีม แต่ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นนั้นออกมา จนสุดท้ายก็จบลงที่การทำงานแบบเดิมๆ

แต่ถ้าหากคุณลองแสดงความคิดนั้นออกมา คุณอาจจะค้นพบแนวทางใหม่ๆ ในการทำงาน อีกทั้งยังอาจจุดประกายให้ทีมของคุณช่วยกันระดมความคิดเพิ่มเติมอีกด้วย

ยกตัวอย่างของเราเอง ตอนที่เราทำสไลด์เพื่อจะไปพรีเซนต์ให้กับลูกค้า ถ้ามองในมุมที่เราเป็นคนทำสไลด์เอง เราก็ค่อนข้างมั่นใจนะว่าเราใส่รายละเอียดที่จำเป็นไปหมดแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังมีช่องโหว่ที่เรามองข้ามไปอยู่ดี ซึ่งหลังจากที่เราได้รับคอมเมนต์จากทีม ก็ทำให้เรากลับมาคิดและนั่งดูว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ ไหม

และถ้าหากเรายังรู้สึกว่าสิ่งที่ทีมแนะนำยังไม่โอเคหรือยังมีอะไรที่สามารถทำได้เพื่อให้งานออกมาดีกว่านี้ เราก็สามารถคิดต่างและเสนอไอเดียได้เช่นกันค่ะ

และนี่คือข้อดีของการที่คุณมีทีมเวิร์คที่ดีค่ะ

บางครั้งการที่คุณทำงานออกมา คุณจะเห็นแต่ในมุมมองของตัวเอง แต่ถ้าหากคุณลองเปิดใจและยอมรับคำวิจารณ์ที่ได้รับ งานของคุณจะไม่ได้แค่ดี แต่จะดีกว่าเดิมแน่นอน 🙂

และสำหรับพวกเรา Magnetolabs เอง ไม่ว่าคุณจะอยู่ในตำแหน่งไหน จะ Junior Senior หรือ Manager พวกเราก็จะสามารถวิจารณ์งานของพวกเขา (ด้วยเหตุผล) ได้เหมือนกัน ถ้าหากเรามีความเห็นต่าง ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆ แต่ feedback จากคุณก็อาจจุดประกายไอเดียใหม่ๆ ขึ้นมาได้เหมือนกัน ดังนั้นอย่ากลัวที่จะคิดต่างและยอมรับคำวิจารณ์เลย

  • TGIF – Thank God It’s Fun Day!

ทำงานเหนื่อยๆ มาตลอดทั้งวัน หรือทั้งอาทิตย์ บางทีการที่เราได้คุยเล่นกับเพื่อนในทีมของเรา หรือได้ใช้เวลาทำกิจกรรมด้วยกันหลังเลิกงาน ก็เป็นความคิดที่ดีในการสร้างความสัมพันธ์กันในทีมนะ สำหรับบางบริษัทอาจจะมองว่าเป็นเรื่องยากที่จะหาเวลาไปสังสรรค์กัน เพราะบางคนอาจจะไม่มีเวลาบ้าง เวลาว่างไม่ตรงกันบ้าง ต้องรีบกลับบ้านบ้าง

แต่จริงๆ แล้วคำว่าสังสรรค์ อาจจะไม่ได้หมายถึงการไปนั่งกินข้าวทั้งกลุ่ม ไป Outing หรือจัดปาร์ตี้ตามเทศกาล แค่คุณมีอาวุธลับสักชิ้นไว้ที่ออฟฟิศเพื่อผ่อนคลายและกระชับมิตรกันหลังเลิกงานก็ได้

ยกตัวอย่าง Magnetolabs ของเราถือเป็นบริษัทที่ค่อนข้าง Work Hard Play Hard นอกเหนือจากเวลางานแล้ว พวกเราก็มีอาวุธลับชิ้นหนึ่งที่เป็นตัวสร้างความสัมพันธ์ในทีมที่ดีที่พวกเราชื่นชอบกันที่สุด

อาวุธชิ้นนั้นของพวกเราก็คือ บอร์ดเกม ยังไงล่ะ!

สร้างทีมเวิร์คด้วยบอร์ดเกม

มันอาจจะไม่ได้ดูเป็นเรื่องแปลกใหม่สักเท่าไร แต่เราบอกได้เลยว่าการเล่นบอร์ดเกมนี่แหละ ที่ทำให้ผู้ร่วมทีมคนใหม่ที่เข้ามาร่วมทีมกับเรารู้สึกเกร็งน้อยลง ทำให้เราสนิทกันเร็วขึ้น พูดคุยกันมากขึ้น เพราะเราได้ใช้เวลาเล่นด้วยกัน หัวเราะด้วยกัน และใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้ ช่วยสร้างความสัมพันธ์ในทีมและประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ

สรุป

การสร้างทีมเวิร์คนั้นมีความสำคัญ ไม่ว่าคุณจะอยู่องค์กรไหนหรือทำงานอะไรก็ตาม ยิ่งคุณมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในทีม และเปิดใจให้กันมากขึ้น เรามั่นใจว่าผลงานที่ออกมาจะต้องดีขึ้นกว่าเดิมแน่ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นวิธีการสร้างสัมพันธ์กันในทีมก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร วิธีที่เราอธิบายมาทั้งหมดคือวิธีในแบบฉบับ Magnetolabs ที่พวกเราได้ลองทำและได้ผลลัพธ์ที่ดีกลับมา

แล้วคุณล่ะ? มีวิธีแบบไหนในการสร้างทีมเวิร์คบ้าง คอมเมนต์มาบอกเราได้เลย เพราะวิธีในการสร้างทีมเวิร์คของคุณอาจจะเป็นประโยชน์กับอีกหลายๆ คนก็ได้นะ 🙂

Author

Katina

แอปเป็น Digital Marketing Executive ของ Magnetolabs ที่ชื่นชอบการทำ Modern Marketing มากกว่า Traditional Marketing และคลั่งไคล้การเสพคอนเทนต์ต่างประเทศ เช่น HubSpot, Jeffbullas, Marketing Land เวลาว่างชอบดูหนัง อ่านหนังสือ เล่นกีฬา Outdoor Activities หลงรักการถ่ายภาพ การท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ
แอปเป็น Digital Marketing Executive ของ Magnetolabs ที่ชื่นชอบการทำ Modern Marketing มากกว่า Traditional Marketing และคลั่งไคล้การเสพคอนเทนต์ต่างประเทศ เช่น HubSpot, Jeffbullas, Marketing Land เวลาว่างชอบดูหนัง อ่านหนังสือ เล่นกีฬา Outdoor Activities หลงรักการถ่ายภาพ การท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ

Related Blog

One thought on “5 เทคนิคลับสร้างทีมเวิร์คที่แข็งแรง (แบบฉบับ Magnetolabs)

  • Paisarn
    # February 2, 2019
    Reply

    อ่านแล้ว มีแง่คิดดีๆ ในหลายประเด็น เกี่ยวกับ Teamwork ทำให้กลับมาคิดว่า
    จริง ๆแล้ว หากทำให้ ทีมแข็งแกร่ง และ มีความเข้าใจกันมากขึ้น Performance ของการทำงานจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนเลยทีเดียว สิ่งสำคัญคือ ความสัมพันธ์ของคนในทีม คือ Keyword เลยแหละ เท่าทีอ่านมาทั้งหมด หากคนในทีม มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไว้วางใจกัน น่าจะเป็นตัว จุดเชือมโยงกันได้ง่ายขึ้น
    ต้องหา Activity หรือ อะไรบางอย่างมาเชือมโยง คนในทีมไว้ด้วยกัน อีกอย่างคือ ” เวลา ” ต้องใช้เวลา ในการสร้าง Teamwork

Leave Your Comment