What is Inbound Marketing?

ทำความรู้จักกับ Inbound Marketing

ทำไมต้อง Inbound Marketing?

ก่อนที่จะไปพูดถึงว่า Inbound Marketing คืออะไร มาดูก่อนดีกว่าว่าทำไมถึงต้องเป็น Inbound Marketing

วันเวลาดีๆ ในอดีต....

การทำ Outbound Marketing หรือการทำการตลาดแบบผลัก ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบ Offline (เช่น การโฆษณาบนทีวี, การซื้อป้ายโฆษณา, การออกบูธ เป็นต้น) หรือจะเป็นรูปแบบ Online (เช่น การซื้อรายชื่ออีเมล, การซื้อโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย หรือการติดแบนเนอร์ เป็นต้น) นั้นเป็นวิธีการที่ได้ผลดี เพราะลูกค้าไม่ได้มีทางเลือกในการเข้าถึงคอนเทนต์มากนัก ยุคสมัยนั้นจึงเป็นยุคที่เรียกว่า Brand-Centric คือแบรนด์ สามารถเลือกพูดในสิ่งที่พวกเขาอยากพูด และเลือกได้ว่าอยากให้ลูกค้าเข้าถึงคอนเทนต์แบบไหน

แต่... วันเวลาดีๆ เหล่านั้นกำลังจะผ่านพ้นไป

ด้วยการเติบโตแบบก้าวกระโดดของเทคโนโลยี ช่องทางการสื่อสารเปลี่ยน พฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยน
เรากำลังเข้าสู่ในยุคที่เรียกว่า ‘Content Overload’ หรือการที่มีคอนเทนต์มากมายเกินกว่าที่คนคนหนึ่งจะเสพไหว เพราะ ทุกๆ คนสามารถผลิตคอนเทนต์ และสามารถเป็นเจ้าของช่องทางการสื่อสารได้ พลังอำนาจเลยถูกถ่ายเทจากมือของ แบรนด์/นักการตลาด ไปสู่ลูกค้า (จาก Brand-centric เป็น Customer-centric) แบรนด์ไม่สามารถพูดแต่สิ่งที่พวกเขาอยากพูดได้อีกต่อไป เพราะถ้าพวกเขาทำแบบนั้น ก็จะไม่มีลูกค้าคนไหนอยากที่จะรับฟัง

It's about 'Your Customers'
Provide values to your customers, educate them and make them your raving fans!

— Magnetolabs

Magnetolabs ขอแนะนำให้คุณรู้จักกับ
Inbound Marketing

Inbound Marketing คือการตลาดที่ดึงดูด (Pull) ลูกค้าเป้าหมายให้เข้ามาหาผ่านการสร้างคอนเทนต์ที่ส่งมอบคุณค่า แทนที่จะเป็นการตลาดแบบผลัก (Push) ข้อมูลออกไปเพื่อให้คนเห็นเป็นจำนวนมาก Inbound Marketing คือการให้คุณค่า ให้ความรู้ ให้ข้อมูล และพาธุรกิจของคุณไปให้ลูกค้าที่ใช่ ในเวลาที่ใช่ และเมื่อใดก็ตามที่ลูกค้าของคุณจะตัดสินใจซื้อ บริษัทของคุณจะเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ ในใจของลูกค้า

ถ้าคุณทำ Inbound Marketing ได้อย่างถูกต้องแล้วจะทำให้คุณสามารถ

  • ดึงดูดคนเข้ามายังเว็บไซต์ได้มากขึ้น
  • เปลี่ยนคนที่ใช่ให้กลายเป็น Leads (ลูกค้ามุ่งหวัง)
  • ปิดการขายได้มากขึ้น
  • ได้ฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น

Framework ในการทำ Inbound Marketing

วงล้อที่จะช่วยให้คุณเปลี่ยนจาก “คนแปลกหน้า” ให้กลายมาเป็น “คนรู้ใจ” ที่จะหลงรักแบรนด์ของคุณใน 3 ขั้นตอน

Attract

ดึงดูดให้ “คนแปลกหน้า” ที่ไม่รู้จักแบรนด์ของคุณ หรือยังไม่คุ้นเคยกับแบรนด์ของคุณเข้ามายังแพล็ตฟอร์มที่คุณเป็นเจ้าของอย่างเว็บไซต์ โดยผ่านการสร้างคอนเทนต์ดีๆ บนบล็อก (Blogging) การทำ Search Engine Optimization และการใช้ Social Media อย่าง Facebook, LINE, Instagram, Twitter และ Linkedin ให้เป็นประโยชน์

การใช้ Remarketing Ads ที่ดึงดูดให้คนที่เคยเข้ามาเยี่ยมชมพื้นที่ของคุณแล้วกลับมาหาคุณอีกครั้ง

“คนแปลกหน้า” ที่คุณดึงเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณนั้น จะไม่ได้เป็นแค่ Random Traffic เป็นจำนวนมาก แต่เป็นกลุ่มคนเฉพาะที่มีความสนใจในคอนเทนต์ที่คุณสร้าง และมีโอกาสที่จะเปลี่ยนเป็นลูกค้าของคุณ

Engage

เมื่อดึง “คนแปลกหน้า” ที่ใช่เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณได้แล้ว คุณไม่ควรจะปล่อยให้พวกเขาเหล่านั้นผ่านไป โอกาสจะกลายเป็นอากาศ ถ้าคุณไม่ทำอะไรสักอย่าง อย่างน้อย ทำให้คนเหล่านั้นกลายเป็น “คนรู้จัก” ของคุณให้ได้ก่อน

คุณควรที่จะมีฟอร์ม, Call-to-action หรือ Landing Page เพื่อให้ “คนรู้จัก” ที่ใช่นั้นทำอะไรบางอย่างที่คุณอยากให้ทำ หรือให้ข้อมูลอะไรบางอย่างที่คุณอยากได้ (Lead Generation) เช่นการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับชื่อ หรืออีเมลซึ่งถือเป็นช่องทางในการติดต่อกับลูกค้าที่คุณเป็นเจ้าของ

นอกจากนั้นแล้ว คุณควรที่จะเลี้ยงดู ฟูมฟัก (Lead Nurturing) ค่อยๆ ทำความรู้จัก ค่อยๆ เก็บข้อมูล และค่อยๆ ส่งมอบคุณค่าให้กับ “คนรู้จัก” ของคุณผ่านการส่งอีเมล และโซเชียลมีเดีย และเมื่อถึงวันที่พวกเขาสนใจ เมื่อไหร่ คุณก็จะสามารถส่งมอบคอนเทนต์ และข้อเสนอได้ตรงกับความต้องการของพวกเขาผ่านการตลาดแบบอัตโนมัติ (Marketing Automation)

Delight

จะเปลี่ยนจาก “คนรู้จัก” เป็น “คนรู้ใจ” ต้องอาสัยการทำดีอย่างสม่ำเสมอ

คุณควรที่จะส่งมอบคอนเทนต์ดีๆ ให้กับคนรู้จักของคุณผ่าน Email Marketing หรือ Social Media Marketing เพื่อที่จะทำให้เขาแวะเวียนเข้ามาหาคุณอยู่เป็นประจำ เน้นสื่อสารในสิ่งที่ลูกค้าอยากรู้ให้มากกว่า และสื่อสารในสิ่งที่คุณอยากพูดให้น้อยกว่า

เมื่อคนรู้จักได้รับสิ่งดีๆ อย่างสม่ำเสมอ เขาจะเชื่อถือ และเปลี่ยนเป็นคนรู้ใจ

นอกจากการทำ Inbound Marketing ซึ่งเป็นการดึงดูดให้คนมารู้จักแล้ว Framework ยังมี Inbound Sales ที่ดึงดูดให้คนมาติดต่อซื้อขาย และ Inbound Service ที่ดึงดูดให้คนมาติดต่อขอรับบริการอีกด้วย

Framework ในการทำ Inbound Sales

วงล้อที่จะช่วยให้คุณเปลี่ยนจาก “คนที่สนใจ” ให้กลายมาเป็น “คนที่ซื้อ” สินค้าหรือบริการของคุณใน 3 ขั้นตอน

Attract

ดึงดูดให้ “คนที่สนใจ” ในสินค้าหรือบริการให้กลายเป็น “คนติดต่อ” คุณเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นผ่านการกรอกฟอร์มบน Landing Page เว็บไซต์ หรือโทรเข้ามาหา

หรือถ้าคนที่สนใจคนนั้นๆ อยู่ในหน้าเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของคุณแล้ว คุณก็สามารถที่จะเข้าหาลูกค้าในเชิงรุกมากขึ้นโดยการใช้ Conversational Chatbot อยู่บนเว็บไซต์พูดคุยสอบถามถึงความต้องการของพวกเขา

* Conversational Chatbot สามารถเป็น Messaging Platform อย่าง Facebook Messenger ก็ได้เช่นเดียวกัน

Engage

จาก “คนติดต่อ” จะเปลี่ยนเป็น “คนพูดคุย” เมื่อเขาตัดสินใจทักคุณเข้ามา

คุณควรที่จะใช้เครื่องมืออย่าง CRM (Customer Relationship Management) ในการบริหารจัดการ “คนพูดคุย” เหล่านั้น เพื่อที่ว่าคุณจะได้ทำการขายได้อย่างเป็นระบบและเป็นขั้นเป็นตอน

นอกจากนั้นแล้วคุณยังสามารถใช้ Sales Automation ในการทำกิจกรรมการขาย (เช่นสอบถามเกี่ยวกับใบเสนอราคาที่ส่งไป) ได้แบบอัตโนมัติเพื่อที่จะได้ลดงบที่ซ้ำซ้อนเกี่ยวกับทีมขายของคุณ

Delight

แน่นอนว่าคุณคงไม่อยากให้ “คนพูดคุย” จบเพียงแค่การเป็น “คนพูดคุย”

นอกจากศาสตร์และศิลป์แห่งการขายของคุณแล้ว คุณควรที่จะใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีอย่าง Lead Tracking, Smart Notification และ Activities ที่เอาไว้ใช้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับ Notes, Tasks และ Inbox ในการขายจะช่วยให้ชีวิตของคุณและของ “คนพูดคุย” นั้นสะดวกและง่ายดายมากยิ่งขึ้น ซึ่งสุดท้ายแล้วมันก็จะทำให้คุณเปลี่ยนพวกเขาเป็น “คนที่ซื้อ” ได้ง่ายขึ้นเช่นเดียวกัน

นอกจากความรู้ เทคนิค และคารมณ์อันคมคายแล้ว การใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีอย่าง Lead Tracking, Smart Notification และ Activities ที่เอาไว้ใช้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับ Notes, Tasks และ Inbox ในการขายจะช่วยให้ชีวิตของคุณและของ “คนพูดคุย” นั้นสะดวกและง่ายดายมากยิ่งขึ้น ซึ่งสุดท้ายแล้วมันก็จะทำให้คุณเปลี่ยนพวกเขาเป็น “คนที่ซื้อ” ได้ง่ายขึ้นเช่นเดียวกัน

Framework ในการทำ Inbound Service

วงล้อที่จะช่วยให้คุณเปลี่ยนจาก “คนที่มีปัญหา” ให้กลายมาเป็น “คนที่ได้รับการแก้ไขปัญหา” เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของคุณใน 3 ขั้นตอน

Attract

เมื่อ “คนมีปัญหา” อยากสอบถามเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของคุณ เขาต้องสามารถติดต่อสอบถามคุณได้โดยง่าย

Knowledge Base (หรือ Help Center) ที่เป็นที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคำถามต่างๆ ที่มักพบเจอได้บ่อยๆ เป็นเครื่องมือแรกสุดที่จะช่วยให้ “คนที่มีปัญหา” สามารถแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองก่อน

นอกจาก Knowledge Base แล้ว Chatbot ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้ “คนที่มีปัญหา” แก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเองผ่านการพูดคุยกับระบบอัตโมัติที่เตรียมคำตอบไว้ให้ก่อนแล้ว

Engage

เมื่อ Knowledge Base หรือ Chatbot ไม่สามารถช่วยเหลือ “คนที่มีปัญหาได้” ก็เป็นหน้าที่ของคนที่จะต้องให้ความช่วยเหลือคนเหล่านั้นที่เป็น “คนถามปัญหา” เข้ามา

เครื่องมืออย่าง Ticketing System จะช่วยให้คุณสามารถจัดการกับ “คนถามปัญหา” ได้อย่างเป็นระบบ โดยที่ภายใน Ticketing System นั้นจะมี Conversation Inbox ที่ทำให้คุณสามารถดูรายละเอียดต่างๆ ที่เคยพูดคุยกับ “คนถามปัญหา” ได้

Delight

Email Sequence จะเป็นระบบที่คอยอัปเดตสถานะการแก้ไขปัญหาให้กับ “คนถามปัญหา” ว่าปัญหานั้นๆ กำลังถูกแก้ไข หรือปัญหานั้นๆ ได้รับการแก้ไขแล้ว

นอกจากนั้นแล้วคุณยังสามารถใช้ Email Sequence ส่งไปถาม “คนที่ได้รับการแก้ไขปัญหาแล้ว” เกี่ยวกับความพึงพอใจของบริการการแก้ไขปัญหาที่ได้รับอีกด้วย

เพราะการหาลูกค้าใหม่มีราคาสูงกว่าการรักษาลูกค้าเก่าหลายเท่าตัว การบริการลูกค้าเป็นอย่างดีจะทำให้คุณรักษาพวกเขาอยู่กับคุณได้นานๆ

Acquiring a new customer is anywhere from 5 to 25 times more expensive than retaining an existing one.

— Harvard Business Review

เปรียบเทียบ Inbound Marketing และ Outbound Marketing

Inbound Marketing
Result
Investment

ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับความรู้และความคิดสร้างสรรค์เป็นหลักใช้เวลา 4-12 เดือนในการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและต่อเนื่อง

Outbound Marketing
Result
Investment

ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับงบประมาณที่ใช้ไปกับการโฆษณาเป็นหลัก
เห็นผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ยั่งยืนในระยะยาว

INVESTMENT
0 %

Inbound Marketing นั้นมีค่าใช้จ่ายในการหาลูกค้าน้อยกว่า Outbound Marketing ถึง 60%
— Search Engine Journal

RESULT
0 x

การทำ Inbound Marketing ที่ดีนั้นจะช่วยในการหา Leads ได้มากกว่า Outbound Marketing ถึง 10 เท่า
— Gartner

Inbound Marketing จะได้ผลที่ดีมากๆ กับบริษัทเหล่านี้

บริษัทที่แก้ปัญหาให้กับผู้คน
บริษัทแบบ Business to Business
บริษัทที่ขายสินค้ามูลค่าสูง

Magnetolabs สามารถช่วยคุณได้ยังไงบ้าง?

Magnetolabs เป็น Inbound Marketing Agency ที่โฟกัสเรื่องของการทำ Inbound Marketing โดยเฉพาะ บริการของเราประกอบด้วย

Inbound Marketing
Strategy

ความสำเร็จเริ่มต้นที่การวางแผน เราจะร่วมพูดคุย และวางแผนร่วมกับคุณ เพื่อสร้างแผนการทำ Inbound Marketing ให้ตอบโจทย์กับเป้าหมายทางธุรกิจของคุณ

Inbound Marketing
Foundation

เราช่วยคุณวางรากฐานในการทำ Inbound Marketing ตั้งแต่การสร้าง Inbound Marketing Website, การพัฒนา Buyer Persona และ Buyer's Journey รวมไปถึงการติดตั้ง Software เบื้องต้นที่จำเป็นในการเริ่มทำ Inbound Marketing

Implement
Inbound Marketing

แผนที่ดี จะต้องมาพร้อมกับการลงมือทำที่ใช่ เราช่วยสร้างคอนเทนต์คุณภาพที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย รวมไปถึงการติดตั้งระบบ Marketing Automation เพื่อช่วยให้คุณสามารถ Attract, Convert, Close และ Delight ลูกค้าของคุณ


Measure & Learn

ขั้นตอนต่างๆ ในการทำ Inbound Marketing นั้นจะถูกบันทึก และถูกวัดผลเพื่อที่ว่าทั้งคุณ และเราจะสามารถเอาข้อมูลที่ได้มานั้นมาวิเคราะห์ และเรียนรู้ว่าอะไรที่ได้ผล อะไรที่ไม่ได้ผล และนำผลวิเคราะห์ที่ได้มานั้นมาปรับปรุงการทำ Inbound Marketing ของคุณให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

พร้อมที่จะเอา Inbound Marketing ไปใช้กับบริษัทของคุณหรือยัง?

เริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยการคุยกับเรา เพื่อที่ว่าคุณจะได้รู้จัก Magnetolabs มากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันเราก็จะเข้าใจความต้องการ และเป้าหมายของคุณด้วย