รีวิวฝึกงาน นักศึกษาฝึกงาน ฝึกงานที่ไหนดี Magnetolabs
0
SHARE

รีวิวนักศึกษาฝึกงาน: ประสบการณ์ดีๆ ที่อยากชวนให้มาลอง ที่ Magnetolabs

Array

‘จบแล้วทำอะไร’ คำถามยอดฮิตจากเหล่าป้าข้างบ้าน และญาติพี่น้องเพื่อนพ่อเพื่อนแม่ ที่ทำให้นิสิตนักศึกษาบางคนกระอักกระอ่วนใจ ‘การฝึกงาน’ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่อาจทำให้ภาพอนาคตชัดเจนขึ้นบ้างไม่มากก็น้อย นั่นจึงทำให้พวกเรา ก้าวเท้าออกจากมหาวิทยาลัย เตรียมรับประสบการณ์นอกห้องเรียน ในฐานะ “นักศึกษาฝึกงาน” ที่ Magnetolabs

ก้าวแรก

พวกเราส่วนใหญ่รู้จักที่นี่ผ่านทางเฟซบุ๊กหรือเว็บไซต์ บางคนก็รู้จักจากบทความรีวิวปีที่แล้ว (จากใจน้องฝึกงานที่ได้เรียนรู้อะไรมากมายจากที่นี่)  เลยคิดว่าคงได้เรียนรู้อะไรเยอะ แถมยังเปิดรับสมัครหลายตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็น Graphic, Digital Marketer, UX/UI, Content Writer รวมไปถึง Web Developer ทำให้ปีนี้พวกเรามีกันถึง 7 คนจากเกือบทุกภาคของประเทศ เรียกได้ว่าได้เป็นทั้งเพื่อนร่วมงาน เป็นทั้งเพื่อนในชีวิตจริงเลยค่ะ

มาถึงวันนี้ก็ 2 เดือนแล้วที่พวกเราใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ จะว่าเร็วก็เร็ว จะว่านานก็นาน แต่ถ้าจะถามว่าได้อะไรจากที่นี่ก็ตอบได้เลยว่ามาก

พวกเราได้อะไรจากที่นี่บ้าง?

1.ระบบการทำงานจริงๆ 

ในการฝึกงาน นอกจากจะมีโอกาสนำสิ่งที่เรียนมาใช้ เรายังต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมการทำงานจริงๆ พวกเราเลยได้สัมผัสกับระบบการทำงานในองค์กรไปด้วย

ช่วงแรกที่พวกเราเข้าไปฝึกงาน เว็บใหม่ของ Magnetolabs กำลังจะ Launch ฟ้าใส Graphic Designer ได้มีโอกาสได้ออกแบบ Icon และ Blog’s cover ให้กับเว็บไซต์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา ทำให้รู้สึกกดดัน จนบางครั้งก็คิดงานไม่ออก แต่ก็ได้พี่ๆ เพื่อนๆ ทุกคนคอยให้กำลังใจอยู่ข้างๆ จนเป็นเว็บสวยงามที่ทุกคนกำลังอ่านอยู่ตอนนี้

นอกจากนี้พี่ๆ ก็กำลังทำ Web Cost Calculator อยู่ด้วย UX/UI อย่าง อุ้ม เลยได้จับงานจริงกับการคิด Wireframe (การจัดเรียง Layout บนเว็บไซต์) รวมถึงวิเคราะห์เว็บต่างๆ เพื่อเอามาใช้ในการทำงาน  อุ้มบอกว่างานสายนี้ต้องคิดเยอะๆ จะยึดความชอบของเราไม่ได้

บรรยากาศการฝึกงานที่ Magnetolabs

พวกเรายังมีโอกาสได้เข้าฟังการประชุมไตรมาสด้วย ถึงแม้จะแค่สังเกตการณ์ แต่ก็ทำให้ได้เรียนรู้การดำเนินงานของบริษัท รวมถึงการวางแผนธุรกิจ และวางเป้าหมายต่างๆ ขององค์กร ในอนาคต พูดได้เลยว่าถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจบางคำศัพท์ที่พี่ๆ คุยกัน แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ที่ได้เรียนรู้ระบบการทำงานจริงๆ ในฐานะเด็กฝึกงาน 

2.ความรับผิดชอบมาเป็นอันดับหนึ่ง

เวลาเข้างานของที่นี่คือ 9 โมง ไม่มีการตอกบัตร เซ็นชื่อ หรือสแกนนิ้วดูเวลาใดๆ ทำให้ต้องมีความรับผิดชอบต่อตนเองเพื่อจะมาให้ทำงาน (แบบไม่สายเกิ๊น) รวมถึงรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง และไม่ให้กระทบเพื่อนร่วมงานด้วย เพราะที่นี่เราทำงานกันเป็นทีม

ความรับผิดชอบเรียกว่าเป็นสื่งที่แทบจะสำคัญที่สุดเลยก็ได้ในฐานะเด็กฝึกงาน การทำงานที่ค่อนข้างยืดหยุ่นแบบนี้ ทำให้ได้ฝึกการจัดการเวลาและ Prioritise สิ่งที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ เพราะงานของลูกค้าบางงานที่มี Deadline ก็อาจมีผลกระทบกับองค์กรได้ 

3.ไม่หยุดที่จะเรียนรู้

อย่างที่รู้กันว่า Magnetolabs และ Content Shifu เป็นบริษัทที่เกี่ยวกับ Digital Marketing การทำงานแทบทุกขั้นตอนจึงต้องอาศัยเทคโนโลยีเสมอๆ เด็กที่จับแต่ปากกากระดาษอย่าง อิง (Content Writer) เลยตื่นตาตื่นใจเป็นพิเศษ ถึงแม้จะเคยใช้ WordPress มาบ้าง แต่ที่นี่เราได้เห็นปลั๊กอินและเครื่องมือมากมายที่ช่วยอัปเกรดบทความให้ดีขึ้น 

แถม อิง ยังเคยนั่งงงๆ อยู่เกือบทั้งวัน เพราะต้องช่วยพี่ Research ข้อมูลต่างๆ ที่ต้องนำมาใช้เขียน ซึ่งบางอย่างก็เป็นบทความภาษาอังกฤษยากๆ หรือเนื้อหาที่เราไม่ค่อยเข้าใจ ถ้าไม่ได้พี่ Mentor ช่วยไว้ คงจะกุมขมับไปอีกยาว

รวมถึงประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ในห้องเรียนไม่ได้สอน บอล (Developer) ยอมรับว่าตัวเองเพิ่งได้ลองใช้ WordPress เป็นครั้งแรก จึงทำให้ต้องหาข้อมูลและเรียนรู้เพิ่มขึ้นอีกมาก แต่ก็มีพี่ๆ คอยสอนและช่วยเหลืออยู่เสมอ นอกจากนี้บอลยังบอกอีกว่า

การทำงานจริงไม่เหมือนการเรียนในห้องเรียน ไม่ใช่แค่การเขียน Code ส่งอาจารย์ แต่ต้องเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับฝ่ายต่างๆในบริษัทด้วย

การสื่อสารก็เป็นอีกทักษะที่สำคัญมากๆ ทำให้ พลอย (Video Editor) สาวมาร์เก็ตติง ที่ชอบตัดวิดีโอ ก็ได้ฝึกฝนทักษะการใช้ภาษา เพราะต้องอ่านบทความแล้วสรุปเป็นวิดีโอให้เข้าใจได้ง่ายๆ ถือเป็นอีกเรื่องที่ท้าทายมากๆ กับการต้องทำสื่อให้คนส่วนมากดูแล้วเข้าใจได้ทันทีภายในไม่กี่นาที

อีกคนที่สนุกกับการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ อย่าง เจน (Planner) กับการเข้าคลาสที่สอนโดยพี่ๆ ที่ทำให้เจนได้รู้จักกับเครื่องมือใหม่ๆ เช่น KWFinder, Active Campaign หรือ Sharpspring รวมไปถึงวิธีการใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อทำ Inbound Marketing ให้มีประสิทธิภาพ และยังมีพี่ๆ Mentor ที่คอยช่วยชี้แนะงาน Planner ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้ Keyword เพื่อทำ SEO แถมยังได้ช่วยนักเขียนปรับปรุงบทความ หรือการ Optimized 

Digital Marketing ยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ รวมถึงช่องทางในการทำการตลาดก็มีหลากหลายมากขึ้น  การได้รู้จักเทคโนโลยีต่างๆ ถือว่าเป็นความรู้ดีๆ ที่น่าจะนำไปต่อยอดได้อีก เรียกได้เป็นสิ่งที่คุ้มค่ามากๆ สำหรับเด็กฝึกงานอย่างเรา

4.เพิ่มสกิลการทำงาน (และอยู่) ร่วมกับคนอื่น

“แกว่าอันนี้ดีป่ะวะ” “แบบนี้คิดว่าไง” 

ประโยคที่มักพูดกันอยู่บ่อยๆ เพราะเด็กฝึกงานอย่างพวกเราก็ต้องทำงานร่วมกับ Planner ต้องหา Keyword ให้นักเขียนเขียนบทความ นักเขียนต้องบรีฟ Artwork ให้กราฟิกทำรูปประกอบ ส่วน UX/UI ต้องดีไซน์เว็บและบรีฟงานให้ Developer โดยที่งานจะเสร็จไม่ได้เลยถ้าไม่ปรึกษากัน ซึ่งการทำงานเป็นทีมแบบนี้ ก็ต้องฟังความคิดเห็น ช่วยเหลือกัน แล้วก็ต้องตั้งใจทำงานของตัวเองให้ดีจะได้ไม่กระทบคนอื่นด้วย

นักศึกษาฝึกงาน ทำงานกันอย่างตั้งใจที่ Magnetolabs

มากกว่าการทำงานร่วมกัน นั่นก็คือการอยู่ร่วมกับคนอื่น 

วัฒนธรรมองค์กรของที่นี่ทำให้เราสัมผัสได้มากกว่าคำว่า ‘เพื่อนร่วมงาน’ 

เพราะพี่ๆ ทุกคนสนิทกันมาก และเป็น ‘เพื่อน’ กันจริงๆ ทำให้ Magnetolabs เป็นออฟฟิศที่ครื้นเครงสุดๆ รวมถึงกิจกรรมหลังเลิกงานอย่างบอร์ดเกม และยังมี Company Dinner หรือการเลี้ยงข้าวทุกๆ สิ้นเดือน เรียกได้ว่าช่วยต่อชีวิตก่อนเงินเดือนออกได้ไปอีก 1 มื้อเลยทีเดียว

นอกจากนี้เสียงเฮฮาจากมุกของพี่ๆ ที่เรามักจะหันมามองหน้ากันเองแล้วขำแห้งๆ ทำให้บรรยากาศการทำงานผ่อนคลาย ช่วยลดความกดดันให้พวกเราไปได้เยอะ นี่เป็นสิ่งที่พวกเรา 7 คนลงความเห็นว่าประทับใจที่สุดแล้ว อุ้ม (UX/UI) บอกว่าทุกคนที่นี่อยู่กันเหมือนครอบครัว พี่ทุกคนเป็นกันเองตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา ทำให้พวกเราเด็กฝึกงานก็พลอยสนิทกันเร็วไปด้วย 

5.ได้แนวทางการทำงานและมุมมองใหม่ๆ

มีคนบอกเราว่าการฝึกงานก็เหมือน ‘การตัดช้อยส์’ ถ้ามัวแต่คิดถึงอาชีพที่อยากทำ แต่ไม่เคยได้ลอง เราก็คงไม่รู้เลยว่างานแบบที่อยากทำคืองานที่ชอบจริงๆ หรือเปล่า 

แต่ที่นี่ พวกเราได้ทำงานจริงๆ อยู่กับมันจริงๆ ตลอด 2 เดือน

ฟ้าใส (Graphic designer) รู้จักที่นี่เพราะพี่โบว์ (Managing Partner & Design Director) ไปสอนที่คณะ (คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ทำให้ได้มุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับสายงานของตัวเอง เลยตัดสินใจจะมาฝึกงานที่นี่ ฟ้าใสบอกว่า ได้รู้ว่าสกิลด้านดีไซน์ สามารถนำมาปรับใช้กับงานสาย Business ได้ด้วย ถือว่าเป็นอีกแนวทางให้ตัวเอง สำหรับอาชีพหรือการทำงานในอนาคตได้ 

รวมถึง จอย (Graphic Designer) ที่ได้จับงานทั้งฝั่ง Magnetolabs และ Content Shifu กับการออกแบบปกบทความ ภาพประกอบต่างๆ รวมถึงการจัด Layout ของ E-book ระหว่างการทำงาน ก็มีช่วงเวลาที่เบื่อบ้าง เหนื่อยบ้าง แต่ได้ฟีดแบกจากพี่ๆ ที่ทำให้ได้ปรับปรุงผลงานให้ดีขึ้นได้ แถมยังได้รู้ว่าทักษะของตัวเองสามารถพัฒนาและต่อยอดได้กับทั้งการเรียน และการทำงานในอนาคต

ส่งท้าย

น้องๆ นักศึกษาฝึกงาน Magnetolabs 2019

พวกเราคงบอกไม่ได้ว่าการฝึกงานที่ดีคืออะไร แต่เราพูดได้ว่ามันเป็นโอกาสที่ดีในการเรียนรู้ที่จะก้าวสู่สังคมการทำงานจริง เป็นช่องทางที่เราจะได้นำความรู้ หรือความถนัดมาใช้ได้จริง นอกจากเวลาเรียน

ทั้งนี้ทั้งนั้น หากไม่กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ ก็คงทำให้ช่วงเวลา 2 เดือนนั้นเสียเวลาเปล่า แต่ถ้าเราตั้งใจจริง และได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และพัฒนา รวมถึงได้พี่ๆ ใจดีที่พร้อมจะให้คำปรึกษาทุกๆ เมื่อ นั่นคงกลายเป็นช่วงเวลาที่คุณแฮปปี้เหมือนที่พวกเราได้รับแน่ๆ 

Author

Magneto Intern

นักศึกษาฝึกงานที่ไม่ได้มีแค่ ‘คนเดียว’ เราคือทีมที่อยากเรียนรู้ และใฝ่หาประสบการณ์ทำงานจริง จนได้มาพบกันที่ Magnetolabs
นักศึกษาฝึกงานที่ไม่ได้มีแค่ ‘คนเดียว’ เราคือทีมที่อยากเรียนรู้ และใฝ่หาประสบการณ์ทำงานจริง จนได้มาพบกันที่ Magnetolabs

Related Blog

Leave Your Comment