digital-marketing-for-education
SHARE

7 แนวคิดการทำ Digital Marketing สำหรับธุรกิจการศึกษา

ปัจจุบันโลกแห่งการศึกษามีความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก

จากเดิมที่การจะเรียนรู้เรื่องบางอย่างนั้น ผู้เรียนจะต้องเดินทางไปโรงเรียน มหาวิทยาลัย สถานฝึกอบรม หรือสถาบัน (หลังจากนี้ผมจะใช้คำแทนว่า “สถาบัน” หรือ “ธุรกิจการศึกษา” เพื่อความง่ายนะครับ) เพื่อเรียนรู้เรื่องนั้นๆ

แต่ด้วยการเข้ามาของเทคโนโลยี จากเดิมที่การเรียนรู้จำกัดอยู่ที่ช่องทาง Offline การเรียนรู้นั้นก็ถูกขยายมาช่องทาง Online ด้วย ซึ่งส่งผลให้มีแหล่งเรียนรู้ที่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนมากมายกว่าแต่ก่อน

และเมื่อผู้เรียนเข้ามาเรียน เข้ามาศึกษาหาข้อมูลบนโลกออนไลน์ด้วย นั่นก็หมายความว่าพวกเขาใช้เวลาบนโลกออนไลน์เยอะขึ้นกว่าในอดีต

ในฐานะที่คุณเป็นเจ้าของหรือทำงานอยู่ในธุรกิจสายการศึกษาและคลิกเข้ามาอ่านบทความนี้ สิ่งที่คุณอยากจะรู้คือจะทำอย่างไรที่จะใช้ Digital Marketing ในการ “Attract หรือดึงดูดผู้เรียน” และ “Retain หรือทำให้ผู้เรียนเรียนกับคุณต่อ” ได้

ผมอยากจะบอกว่า คุณเข้ามาอ่านถูกบทความแล้วครับ หลังจากที่คุณอ่านบทความนี้จบ คุณจะได้ไอเดียดีๆ ไปปรับใช้กับธุรกิจการศึกษาของคุณอย่างแน่นอนครับ 🙂

ทำไมธุรกิจการศึกษาถึงควรทำ Digital Marketing

1. ผู้เรียนของคุณอยู่บนโลกออนไลน์

สถิติจาก Datareportal ได้บอกว่าคนไทยกว่า 75% (52 ล้านคน) อยู่บนโลกออนไลน์ (เข้าถึงอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย)

ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมากว่าผู้เรียนของคุณอยู่ในกลุ่มคนเหล่านี้

เพราะฉะนั้นสถาบันของคุณเองก็ควรจะต้องเข้าไปอยู่บนโลกออนไลน์เช่นเดียวกัน

ผู้เรียนอยู่ที่ไหน คุณควรจะต้องไปที่นั่น

2. ช่องทางออนไลน์เป็นช่องทางแรกๆ ที่ผู้เรียนจะสามารถรู้จักคุณได้

ในอดีต ผู้เรียนอาจจะรู้จักสถาบันต่างๆ ผ่านการบอกปากต่อปาก แต่ปัจจุบัน อีกช่องทางที่สำคัญที่ทำให้ผู้เรียนรู้จักกับคุณคือช่องทางออนไลน์เช่น Website หรือ Social Media ของคุณ

ถ้าคุณไม่มีตัวตนบนโลกออนไลน์ คุณกำลังเสียโอกาสที่ผู้เรียนจะทำความรู้จักกับสถาบันของคุณ และนั่นอาจจะหมายถึงการที่คุณกำลังเสียพวกเขาไปให้กับสถาบันการศึกษาอื่น

3. สร้างความน่าเชื่อถือ

สำหรับการเรียนรู้แล้ว ความน่าเชื่อถือของสถาบันและผู้สอนเป็นเรื่องสำคัญ

การทำ Digital Marketing จะช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคุณ ถ้าสถาบันของคุณมีตัวตนจริง แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญ และอัปเดตข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ เมื่อผู้เรียนเข้ามาเจอคุณบน Website หรือ Social Media พวกเขาก็จะรู้สึกเชื่อมั่นและให้ความเชื่อถือกับคุณมากขึ้น

Note: พวกเรา Magnetolabs เข้าใจปัญหาและความต้องการของคุณ เพราะเราเองก็ให้บริการลูกค้าที่เป็นธุรกิจการศึกษามาหลายราย และเราเองก็มีสถาบันการศึกษาของเราเหมือนกัน (ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Content Shifu) ถ้าคุณสนใจบริการ Digital Marketing สำหรับธุรกิจการศึกษา คุณสามารถติดต่อเรามาได้ที่นี่

7 แนวคิดในการทำ DM ของธุรกิจการศึกษา

1. เข้าใจกลุ่มเป้าหมายด้วยการสร้าง Persona

สิ่งแรกที่คุณควรจะต้องเข้าใจคือไม่ใช่คนทุกคนที่จะมีโอกาสเป็นผู้เรียนของคุณ

ถ้าสถาบันของคุณเชี่ยวชาญเรื่องการออกแบบ ผู้เรียนของคุณก็อาจจะเป็นคนที่สนใจเรื่องการออกแบบ

ถ้าสถาบันของคุณเชี่ยวชาญเรื่องการธุรกิจ ผู้เรียนของคุณก็อาจจะเป็นคนที่สนใจเรื่องการทำธุรกิจ

หรือถ้าสถาบันของคุณเป็นมหาวิทยาลัยที่มีหลากหลายสาขา ผู้เรียนของคุณก็อาจจะเป็นคนที่มีลักษณะเฉพาะบางอย่าง

นอกจากนั้นแล้ว สำหรับหลายๆ ธุรกิจการศึกษา ผู้เรียนกับผู้ตัดสินใจก็อาจจะไม่ใช่คนเดียวกันเสมอไป หรือผู้เรียนนั้นก็สามารถแบ่งออกเป็นได้หลายประเภท ซึ่งกลุ่มคนที่ธุรกิจการศึกษาต้องสนใจ ก็อาจจะหมายรวมถึงนักเรียนปัจจุบัน ว่าที่นักเรียน และผู้ปกครอง

เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญคือคุณควรจะต้องทำ Persona ขึ้นมา

Persona คือลูกค้าในอุดมคติ หรือเป้าหมายในอุดมคติ เพื่อทำให้คุณเข้าใจผู้เรียน (หรือผู้ปกครอง) มากขึ้น และทำการสื่อสารได้ตรงจุด

2. ทำเว็บให้ดี

ธุรกิจการศึกษาเป็นธุรกิจที่มีความซับซ้อน และมี Persona ที่หลากหลาย โดยเฉพาะโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยที่มีสาขาให้เลือกเรียนหลากหลาย

การมีเว็บไซต์ที่ดีจะทำให้สถาบันของคุณเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ ไว้เป็นสัดเป็นส่วน และสามารถนำเสนอข้อมูลแต่ละส่วนให้เหมาะสมกับ Persona แต่ละกลุ่มได้

ตัวอย่าง

Dusit Thani College มี Persona หลากหลาย ตั้งแต่ผู้เรียนปัจจุบัน ว่าที่ผู้เรียน (ทั้งไทยและเทศ และทั้งหลักสูตรระยะยาวและสั้น) รวมไปถึงผู้ปกครอง

เว็บไซต์ที่ออกมาแบบมาจึงต้องรองรับทุก Persona ที่สำคัญ และต้องให้ข้อมูลครบถ้วน

หมายเหตุ: บริษัท Magnetolabs เป็นเพียงผู้ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ให้กับ Dusit Thani College รูปภาพต่างๆ ในเว็บไซต์ และการตลาดนั้นถูกจัดทำโดยทีมงานของ Dusit Thani College เอง

3. ให้ความรู้เบื้องต้นก่อน

การให้คุณค่าก่อนรับคุณค่า จะทำให้คุณกลายเป็นคนหรือสถาบันที่มีคุณค่า

วิธีการให้ความรู้เบื้องต้นก่อนนี้ไปได้ดีกับธุรกิจที่ให้ความรู้ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีความเฉพาะทาง เช่นการที่สถาบันของคุณสอนเรื่องการเงินหรือการออกแบบโดยเฉพาะ

ซึ่งคุณสามารถใช้ช่องทางอย่าง Website หรือ Social Media ต่างๆ ในการถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้เรียนของคุณได้

ตัวอย่าง

content-shifu

Content Shifu เป็นสถาบันเกี่ยวกับ Digital Marketing ซึ่ง Content Shifu เองก็เลือกวิธีการที่ Give before take หรือให้ความรู้กับคนที่สนใจผ่าน Blog รวมถึง Resource ต่างๆ เช่น eBook หรือ Checklist ก่อน เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้เรียนสนใจอยากที่จะศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับ Digital Marketing ในเชิงลึกขึ้น พวกเขาก็จะนึกถึง Content Shifu เป็นอันดับแรกๆ

4. เก็บข้อมูลมาฟูมฟัก

คนที่เข้ามายัง Website หรือ Social Media ของคุณ ไม่ใช่ทุกคนที่จะพร้อมเป็นผู้เรียน เพราะฉะนั้นการเก็บข้อมูลของผู้ที่มีโอกาสเป็นผู้เรียนของคุณเพื่อเอามาทำการฟูมฟัก (Nurture) ก่อนจึงเป็นวิธีการสำคัญที่จะช่วยให้คุณสื่อสารกับว่าที่ผู้เรียนได้มากยิ่งขึ้น

ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นที่ผมคิดว่าธุรกิจการศึกษาควรเก็บคือชื่อ อีเมล เบอร์โทร

นอกจากนั้นแล้วข้อมูลอื่นๆ อย่างเช่น ความสนใจ หรือ LINE ID ก็เป็นข้อมูลที่ผมคิดว่า ถ้าเก็บได้ ก็จะช่วยให้คุณสามารถสื่อสารและทำความเข้าใจกับว่าที่ผู้เรียนของคุณได้มากขึ้นเช่นเดียวกัน

นอกจากการเก็บข้อมูลมาเพื่อให้คุณสามารถส่งอีเมลหรือโทรไปพูดคุยกับว่าที่ผู้เรียนได้แล้ว คุณยังสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการทำโฆษณาด้วยการ Remarketing ได้อีกด้วย

วิธีการเก็บข้อมูลที่ผมอยากจะแนะนำนั้นคือการ “ยื่นหมู ยื่นแมว” คือการที่คุณให้อะไรบางอย่างที่มีคุณค่ากับว่าที่ผู้เรียนเพื่อแลกกับข้อมูลของพวกเขา

ตัวอย่าง

Wallstreet มอบ E-book เกี่ยวกับภาษาอังกฤษให้คนดาวน์โหลด เพื่อแลกกับข้อมูลอีเมล เบอร์โทรศัพท์ ชื่อ สกุล และสาขาที่สนใจ

* สิ่งที่ Wallstreet สามารถทำได้ดีขึ้นได้อีกคือการปรับ Field เรื่องการเลือกสาขาให้เป็น Optional (คนจะเลือกกรอกหรือไม่กรอกก็ได้) เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ดาวน์โหลด E-book เล่มนี้จะสนใจเรียน ซึ่งการปรับ Field นี้เป็น Optional จะทำให้ Wallstreet สามารถเก็บ Leads มาเพื่อทำการฟูมฟักด้วย Marketing Automation ได้มากขึ้น

5. ใช้ Social Media เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและการปฏิสัมพันธ์

นอกจากการที่คุณจะใช้ Social Media เป็นช่องทางในการขายแล้ว คุณยังสามารถใช้ Social Media เป็นช่องทางในการปฏิสัมพันธ์ กับผู้เรียน หรือว่าที่ผู้เรียนได้อีกด้วย

ตัวอย่าง

Three Lakes School District ใช้ Social Media เพื่อแสดงให้เห็นวิธีการทำงานแบบ Remote ของครู เพื่อทำให้ผู้เรียนและว่าที่ผู้เรียน (หรือในที่นี้คือผู้ปกครอง) เข้าถึงโรงเรียนได้ดียิ่งขึ้น

6. เสียงจากนักเรียนปัจจุบันคือเสียงสวรรค์

โฆษณาที่ดีที่สุดของสถาบันของคุณ ไม่ใช่การเขียนบทความที่ลงรายละเอียด การทำ Facebook Ads ที่สุดแสน Creative หรือการเขียน Copy ของ Google Search Ads ให้น่าดึงดูด แต่เป็นการที่นักเรียนปัจจุบัน (หรือผู้ปกครอง) พูดถึงสถาบันของคุณในแง่ดี

ตัวอย่าง

คอร์ส Essential Inbound Certification ของ Content Shifu มีรีวิวจริงจากผู้เรียน (Testimonial) ซึ่งเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของคอร์ส ส่งผลให้คนที่กำลังสนใจและอยากจะเรียนคอร์สนี้มีข้อมูลเพิ่มเติมในการช่วยตัดสินใจ

7. ใช้เทคโนโลยีมาช่วย

นอกเหนือจากการทำคอนเทนต์ การซื้อโฆษณา และการทำการตลาดออนไลน์ด้วยเทคนิคประเภทต่างๆ แล้ว การเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพื่อให้การทำการตลาดออนไลน์ของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นก็เป็นเรื่องสำคัญ

ตัวอย่างเช่นการเอาระบบ CRM มาช่วยในการเก็บข้อมูลและปฏิสัมพันธ์กับว่าที่ผู้เรียน หรือการเอาระบบ Marketing Automation มาช่วยให้การทำการตลาดเป็นไปอย่างอัตโนมัติมากยิ่งขึ้น

example-of-workflow

ระบบ CRM และ Marketing Automation ของ HubSpot ที่ช่วยให้การปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นอัตโนมัติมากยิ่งข้ึน

* Magnetolabs เป็น Platinum Partner ของ HubSpot ถ้าคุณต้องการนำเอา HubSpot ไปใช้กับธุรกิจการศึกษาของคุณ ติดต่อเราเพื่อขอรับคำปรึกษาได้

สรุป

และนี่คือ 7 แนวคิดในการทำการตลาดออนไลน์สำหรับธุรกิจการศึกษานะครับ

ในฐานะของสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เป้าหมายของคุณ คือ การช่วยนักเรียนของคุณปลดล็อกศักยภาพของพวกเขาและช่วยให้นักเรียนเก่งขึ้น

ซึ่งในการทำการตลาดออนไลน์ คุณสามารถเริ่มได้อย่างง่ายๆ ด้วยการให้ความรู้กับนักเรียน (หรือผู้ปกครอง) เบื้องต้นก่อนนะครับ

เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาเชื่อถือและเชื่อมั่นในสถาบันของคุณ เมื่อนั้น การจะชักชวนพวกเขาให้มาเข้าร่วมเรียนร่วมศึกษากับสถาบันของคุณก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นครับ

สุดท้าย ถ้าคุณสนใจที่จะยกระดับธุรกิจการศึกษาของคุณ Magnetolabs พร้อมจะเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่ใจ ช่วยให้ธุรกิจการศึกษาของคุณเติบโตขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพครับ คุณสามารถติดต่อเราเพื่อขอรับคำปรึกษาเบื้องต้นได้ที่นี่ครับ

Author

Sitthinunt

Managing Partner ของ Magnetolabs หลงใหลในเรื่อง Inbound Marketing หรือการตลาดแบบแรงดึงดูด เวลาว่างจากการเขียนคอนเทนต์ หรือตั้งค่า Marketing Funnel มักจะอ่านหนังสือ บน Kindle อันเล็กๆ หรือไม่ก็ฟังนักธุรกิจ/นักการตลาดคนโปรดคลุกเรื่องเล่าเคล้าเรื่องราวบน Podcast
Managing Partner ของ Magnetolabs หลงใหลในเรื่อง Inbound Marketing หรือการตลาดแบบแรงดึงดูด เวลาว่างจากการเขียนคอนเทนต์ หรือตั้งค่า Marketing Funnel มักจะอ่านหนังสือ บน Kindle อันเล็กๆ หรือไม่ก็ฟังนักธุรกิจ/นักการตลาดคนโปรดคลุกเรื่องเล่าเคล้าเรื่องราวบน Podcast

Related Blog

Leave Your Comment